แม่หลังคลอด ควรเริ่มคุมกำเนิดเมื่อไหร่ และวิธีไหนเหมาะสม?

การตั้งครรภ์ซ้ำหลังคลอดเร็วเกินไปส่งผลกระทบต่อสุขภาพแม่และทารกมากกว่าที่หลายคนคาดคิด องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้เว้นระยะห่างระหว่างการคลอดอย่างน้อย 24 เดือน เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้เต็มที่ก่อนตั้งครรภ์ครั้งต่อไป

แต่สิ่งที่แม่หลังคลอดหลายคนไม่รู้ คือ ไข่ตกสามารถเกิดขึ้นได้ก่อนที่ประจำเดือนจะกลับมา ทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์โดยไม่ทันตั้งตัว แม้จะยังอยู่ในช่วงให้นมบุตรก็ตาม

ร่างกายหลังคลอดพร้อมตั้งครรภ์ได้เร็วแค่ไหน?

หลายคนเข้าใจผิดว่าตราบใดที่ยังไม่มีประจำเดือน ก็ยังไม่มีโอกาสตั้งครรภ์ ความเชื่อนี้ไม่ถูกต้องทั้งหมด

ในแม่ที่ไม่ได้ให้นมบุตร ไข่ตกสามารถเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดภายใน 25 วันหลังคลอด และประจำเดือนมักกลับมาภายใน 6–8 สัปดาห์ ส่วนในแม่ที่ให้นมบุตรอย่างเต็มที่ ฮอร์โมน prolactin จะช่วยยับยั้งการตกไข่ชั่วคราว แต่ประสิทธิภาพนี้ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอในการให้นม และจะลดลงเมื่อเริ่มให้อาหารเสริมหรือปั๊มนมแทนการดูดโดยตรง

ดังนั้นแม้จะอยู่ในช่วงให้นม ก็ยังมีความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์อยู่ โดยเฉพาะเมื่อทารกเริ่มดูดนมไม่สม่ำเสมอหรือเริ่มหยุดเข้าเต้า

เริ่มคุมกำเนิดได้ตั้งแต่เมื่อไหร่

แพทย์ส่วนใหญ่แนะนำให้เริ่มวางแผนคุมกำเนิดตั้งแต่ก่อนออกจากโรงพยาบาล หรืออย่างช้าที่สุดในการนัดตรวจหลังคลอดสัปดาห์ที่ 6 ซึ่งเป็นช่วงที่แพทย์จะประเมินสุขภาพโดยรวมและแนะนำวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมกับสภาวะของแต่ละคน

แนวทางปฏิบัติจากองค์กรทางการแพทย์ระดับสากล เช่น American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG) ระบุว่าสามารถเริ่มคุมกำเนิดหลายวิธีได้ตั้งแต่ทันทีหลังคลอดหรือภายใน 4 สัปดาห์แรก ขึ้นอยู่กับวิธีที่เลือก

วิธีคุมกำเนิดหลังคลอด มีตัวเลือกอะไรบ้าง?

1. ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนโปรเจสตินอย่างเดียว

เหมาะสำหรับแม่ที่ให้นมบุตร เพราะไม่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งอาจลดปริมาณน้ำนม ได้แก่

  • ยาคุมชนิดเม็ดโปรเจสตินล้วน (Mini-pill) รับประทานทุกวันในเวลาเดิม มีประสิทธิภาพสูงเมื่อใช้ถูกต้อง เริ่มได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 6 หลังคลอด
  • ยาฉีดคุมกำเนิด (DMPA) ฉีดทุก 3 เดือน สะดวกสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการรับประทานยาทุกวัน เริ่มได้ภายใน 6 สัปดาห์หลังคลอด
  • ยาฝังคุมกำเนิด (Implant) ฝังใต้ผิวหนังบริเวณต้นแขน ออกฤทธิ์นาน 3 ปี สะดวกมาก ไม่ต้องจำ เริ่มได้ทันทีหลังคลอด

2. ห่วงอนามัย (IUD)

แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก

  • ห่วงฮอร์โมน (Hormonal IUD) ปล่อยฮอร์โมนโปรเจสตินในปริมาณต่ำเฉพาะที่มดลูก ออกฤทธิ์นาน 3–8 ปี ขึ้นอยู่กับชนิด มีผลต่อน้ำนมน้อยมาก
  • ห่วงทองแดง (Copper IUD) ไม่มีฮอร์โมนเลย เหมาะสำหรับแม่ที่ต้องการหลีกเลี่ยงฮอร์โมนทุกชนิด ออกฤทธิ์นานสูงสุด 10 ปี สามารถใส่ได้ภายใน 48 ชั่วโมงแรกหลังคลอด หรือรอจนครบ 4–6 สัปดาห์

ห่วงอนามัยเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่แพทย์แนะนำมากที่สุดสำหรับแม่หลังคลอด เพราะมีประสิทธิภาพสูง ดูแลง่าย และสามารถถอดออกได้ทันทีเมื่อต้องการมีบุตรอีกครั้ง

3. ถุงยางอนามัย

วิธีที่ปลอดภัย ไม่มีผลต่อฮอร์โมนหรือน้ำนม เหมาะสำหรับช่วงที่ยังไม่ได้เริ่มวิธีอื่น หรือใช้ร่วมกับวิธีอื่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ สามารถเริ่มใช้ได้ทันทีเมื่อกลับมามีเพศสัมพันธ์

4. วิธีให้นมบุตรเพื่อคุมกำเนิด (Lactational Amenorrhea Method – LAM)

มีประสิทธิภาพสูง แต่ต้องครบ 3 เงื่อนไขพร้อมกัน คือ ทารกอายุไม่เกิน 6 เดือน ให้นมแม่อย่างเดียวทุก 4 ชั่วโมงในตอนกลางวันและทุก 6 ชั่วโมงในตอนกลางคืน และยังไม่มีประจำเดือนกลับมา หากข้อใดข้อหนึ่งเปลี่ยนแปลง ประสิทธิภาพจะลดลงทันที

5. การทำหมัน (ชาย/หญิง)

สำหรับคู่ที่ตัดสินใจแน่วแน่ว่าไม่ต้องการมีบุตรอีก การทำหมันถือเป็นวิธีถาวรที่มีประสิทธิภาพ สำหรับผู้หญิงสามารถทำได้ในระหว่างผ่าตัดคลอด หรือภายใน 48 ชั่วโมงหลังคลอดปกติ ควรปรึกษาแพทย์และพิจารณาร่วมกับคู่สมรสให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ

วิธีที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงหลังคลอด

ยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม (Combined Oral Contraceptives) ที่มีทั้งเอสโตรเจนและโปรเจสติน ไม่แนะนำในช่วง 6 สัปดาห์แรกหลังคลอดสำหรับแม่ที่ให้นมบุตร เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนอาจลดปริมาณน้ำนม นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือดในช่วงหลังคลอดซึ่งร่างกายยังอยู่ในภาวะเสี่ยงอยู่แล้ว

วิธีนับวันปลอดภัย ไม่แนะนำในช่วงนี้ เพราะรอบเดือนยังไม่สม่ำเสมอ ทำให้คำนวณวันตกไข่ได้ไม่แม่นยำ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการคุมกำเนิดหลังคลอด

ให้นมอยู่ ยังต้องคุมกำเนิดไหม

ต้องครับ วิธี LAM มีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อครบทุกเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด เมื่อเริ่มให้อาหารเสริมหรือทารกดูดนมน้อยลง ควรเริ่มคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นทันที

ผ่าคลอดมา เลือกวิธีคุมกำเนิดต่างจากคลอดธรรมชาติไหม

โดยทั่วไปวิธีที่เลือกได้ใกล้เคียงกัน แต่ห่วงอนามัยอาจต้องรอให้แผลผ่าตัดหายดีพอสมควรก่อน แพทย์จะประเมินในการนัดตรวจหลังคลอด

เพิ่งคลอดมา ยังไม่อยากมีเพศสัมพันธ์ ต้องรีบเลือกวิธีคุมกำเนิดไหม

ควรปรึกษาแพทย์ตั้งแต่ก่อนออกจากโรงพยาบาลหรือในการนัดตรวจสัปดาห์ที่ 6 เพื่อวางแผนล่วงหน้า เพราะบางวิธี เช่น ยาฝังหรือห่วงอนามัย สามารถใส่ได้ตั้งแต่ช่วงแรกหลังคลอด ซึ่งสะดวกกว่าการมาทำทีหลัง

การคุมกำเนิดหลังคลอดไม่ใช่เรื่องที่ต้องรอจนกว่าร่างกายจะ “กลับมาปกติ” แต่เป็นสิ่งที่ควรวางแผนตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะร่างกายสามารถตกไข่ได้ก่อนที่ประจำเดือนจะกลับมา

ตัวเลือกที่มีในปัจจุบันหลากหลายและปลอดภัยสำหรับแม่ที่ให้นมบุตร การพูดคุยกับสูตินรีแพทย์จะช่วยให้ได้รับข้อมูลที่ตรงกับสุขภาพและไลฟ์สไตล์ส่วนตัวมากที่สุด เพื่อให้ทั้งแม่และทารกได้รับการดูแลที่เหมาะสมในทุกช่วงของการฟื้นตัวหลังคลอด ติดต่อจองคิวปรึกษาสูตินรีแพทย์ หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ LINE Official: @Srisukho

โรงพยาบาลศรีสุโข พิจิตร

ที่อยู่: 22/29 ถนนสระหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร 6600
เบอร์โทรศัพท์: 056 612 377
สายด่วน: 063 339 3654
LINE Official: @Srisukho
เว็บไซต์: srisukho.co.th

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


Scroll to Top