เมื่อรู้ตัวว่ากำลังจะมีสมาชิกใหม่ หรือกำลังวางแผนอยากมีเบบี๋ คุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลายคู่มักจะตื่นเต้นและมีความกังวลปะปนกันไป คำถามยอดฮิตคือต้องเริ่มต้นจากตรงไหน ต้องไปเจาะเลือดไหม หรือตอนไปฝากท้องต้องเจอกับอะไรบ้าง บทความนี้ย่อยข้อมูลทางการแพทย์ให้เข้าใจง่าย เพื่อเป็นคู่มือให้คุณพ่อคุณแม่เตรียมพร้อมต้อนรับลูกน้อยได้อย่างมั่นใจและสบายใจ
ทำไมต้องรีบตรวจสุขภาพตั้งแต่ก่อนเริ่มปล่อยท้อง
ช่วงเวลา 9 เดือนที่อุ้มท้อง ร่างกายของคุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย การไปตรวจสุขภาพล่วงหน้าจะช่วยให้สูตินรีแพทย์เห็นภาพรวมของร่างกาย ว่ามีโรคประจำตัวอะไรซ่อนอยู่ไหม หรือมีโรคทางพันธุกรรมที่อาจส่งต่อไปถึงลูกหรือเปล่า หากพบความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้วางแผนรับมือและดูแลสุขภาพได้อย่างถูกวิธี ช่วยลดปัญหาที่อาจแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ได้มากเลยทีเดียว
เช็กลิสต์ตรวจสุขภาพก่อนมีลูก ทำพร้อมกันทั้งคุณพ่อคุณแม่
ก่อนจะเริ่มปล่อยให้ตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ แนะนำให้จูงมือกันไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็กร่างกายเบื้องต้น ซึ่งรายการตรวจหลักๆ จะมีดังนี้
1. เจาะเลือดดูความสมบูรณ์พื้นฐาน
เป็นการเช็กว่าคุณแม่มีภาวะเลือดจางไหม เพราะถ้าร่างกายซีดหรือเลือดจาง อาจส่งผลให้ลูกได้รับสารอาหารไม่เต็มที่ นอกจากนี้ยังมีการตรวจดูกรุ๊ปเลือด ทั้งกรุ๊ปเลือดทั่วไปและกรุ๊ปเลือดชนิดพิเศษ (Rh) เพื่อประเมินความเสี่ยงกรณีที่กรุ๊ปเลือดของคุณแม่และลูกไม่เข้ากัน

2. ค้นหาโรคที่ส่งต่อทางสายเลือด
โรคที่พบบ่อย คนไทยเป็นกันเยอะมากแต่ไม่ค่อยรู้ตัวคือ โรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia) หลายคนเป็นแค่พาหะคือร่างกายแข็งแรงปกติ แต่สามารถส่งต่อยีนนี้ให้ลูกได้ ถ้าบังเอิญทั้งคุณพ่อและคุณแม่เป็นพาหะชนิดที่เข้าคู่กันพอดี ลูกก็มีโอกาสเป็นโรคเลือดจางธาลัสซีเมียแบบรุนแรงได้ การเจาะเลือดจะช่วยให้รู้ล่วงหน้าและวางแผนครอบครัวได้อย่างปลอดภัย
3. ตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
โรคบางอย่างสามารถส่งผ่านจากแม่สู่ลูกในท้องได้ เช่น ไวรัสตับอักเสบบี เชื้อเอชไอวี หรือซิฟิลิส ถ้ารู้เร็ว สูตินรีแพทย์จะมียาและวิธีป้องกันไม่ให้เชื้อส่งไปถึงลูกน้อยในครรภ์ได้
4. เช็กภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน
โรคหัดเยอรมันดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าคุณแม่ติดเชื้อตอนตั้งครรภ์อ่อนๆ อาจทำให้ทารกมีความผิดปกติแต่กำเนิดได้ ถ้าเจาะเลือดแล้วพบว่ายังไม่มีภูมิคุ้มกัน สูตินรีแพทย์จะแนะนำให้ฉีดวัคซีนก่อน และรอให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันประมาณ 1 ถึง 3 เดือน ค่อยเริ่มตั้งครรภ์ได้อย่างสบายใจ

ท้องแล้วไปฝากครรภ์แล้วต้องเจอกับอะไรบ้าง
ทันทีที่ตรวจที่ตรวจครรภ์แล้วขึ้น 2 ขีด สิ่งแรกที่ควรทำคือการไปฝากครรภ์ เมื่อไปถึงโรงพยาบาล คุณแม่จะต้องเจอกับขั้นตอนการตรวจเช็กพัฒนาการลูกน้อยตามช่วงอายุครรภ์
1. ตรวจปัสสาวะทุกครั้งที่ไปหาหมอ
การเก็บปัสสาวะเป็นเรื่องปกติของการฝากครรภ์ เพื่อเช็กว่ามีน้ำตาลหรือโปรตีนรั่วออกมาไหม ถ้ามีโปรตีนรั่วอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ (ครรภ์เป็นพิษ) ถ้าเจอน้ำตาลอาจแปลว่ามีความเสี่ยงเป็นเบาหวาน

2. อัลตราซาวด์ดูหน้าลูกและเช็กสุขภาพ
นี่คือช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่รอคอย การทำอัลตราซาวด์ใช้แค่คลื่นเสียง เป็นเครื่องมือที่มีความปลอดภัยต่อลูกน้อย ในช่วงแรกจะทำเพื่อดูว่าลูกฝังตัวถูกที่ไหม ครรภ์แฝดหรือเปล่า และคำนวณวันคลอด พอท้องเริ่มใหญ่ขึ้นก็จะใช้ดูอวัยวะต่างๆ ว่าครบถ้วนไหม ดูปริมาณน้ำคร่ำ และดูว่ารกเกาะอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมหรือไม่

3. ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม
ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่เรียกว่า NIPT (Non-Invasive Prenatal Testing) เป็นการเจาะเลือดคุณแม่เพื่อดูดีเอ็นเอของลูกที่ปะปนอยู่ในเลือดแม่ วิธีนี้มีความแม่นยำและลดความเสี่ยงภาวะแท้งเมื่อเทียบกับการเจาะน้ำคร่ำแบบสมัยก่อน สามารถทำได้ตั้งแต่อายุครรภ์ประมาณ 10 สัปดาห์ขึ้นไป ช่วยให้คุณแม่ทราบความเสี่ยงเรื่องโครโมโซมผิดปกติได้แต่เนิ่นๆ
4. กลืนน้ำตาลเช็กเบาหวานตอนท้อง
ตอนท้อง รกจะสร้างฮอร์โมนที่ทำให้ร่างกายคุณแม่เผาผลาญน้ำตาลได้แย่ลง หลายคนจึงเป็นเบาหวานเฉพาะตอนตั้งครรภ์ สูตินรีแพทย์จะให้ดื่มน้ำตาลหวานๆ แล้วเจาะเลือดดูว่าร่างกายจัดการน้ำตาลได้ดีแค่ไหน ถ้าพบว่าน้ำตาลสูงเกินเกณฑ์ จะได้รีบปรับเรื่องอาหารการกิน ป้องกันไม่ให้ลูกตัวใหญ่เกินไปจนคลอดยาก

เคล็ดลับดูแลตัวเองง่ายๆ ให้ลูกน้อยแข็งแรง
นอกจากการมาพบสูตินรีแพทย์ตามนัดแล้ว การดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันก็สำคัญไม่แพ้กัน
- กินโฟลิกเผื่อไว้เลย กรดโฟลิกสำคัญมากต่อการสร้างระบบประสาทและสมองของลูก ควรเริ่มกินตั้งแต่ตอนที่คิดจะปล่อยท้อง ล่วงหน้าสัก 2 ถึง 3 เดือน และกินต่อเนื่องไปจนถึงช่วงแรกของการตั้งครรภ์
- เลือกกินของสุกสะอาด ช่วงนี้ต้องบอกลาของดิบ ซูชิปลาดิบ ยำแซลมอน หรือของหมักดองไปก่อน เน้นอาหารปรุงสุกใหม่ๆ เพื่อป้องกันเชื้อโรคและพยาธิที่อาจเป็นอันตรายต่อลูก
- บอกลาแอลกอฮอล์และควันบุหรี่ สารพิษเหล่านี้สามารถส่งตรงผ่านรกไปถึงลูกได้ทันที มีผลเสียต่อพัฒนาการของลูกอย่างรุนแรง
- ขยับร่างกายเบาๆ ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อนอะไร คุณแม่สามารถออกกำลังกายเบาๆ ได้ เช่น โยคะคนท้อง หรือว่ายน้ำ ช่วยลดอาการปวดหลังและทำให้ร่างกายพร้อมสำหรับการคลอด

การเป็นคุณแม่มือใหม่อาจมีเรื่องให้ต้องเรียนรู้มากมาย แต่การเริ่มต้นด้วยการวางแผนที่ดี ตรวจสุขภาพให้พร้อม และไปฝากครรภ์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ความกังวลลดลง เปลี่ยนเป็นความมั่นใจในการดูแลทารกน้อยให้เติบโตอย่างแข็งแรง รอคอยวันที่จะได้พบหน้ากันอย่างมีความสุข
โรงพยาบาลศรีสุโข พิจิตร
ที่อยู่: 22/29 ถนนสระหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร 6600
เบอร์โทรศัพท์: 056 612 377
สายด่วน: 063 339 3654
LINE Official: @Srisukho
เว็บไซต์: https//srisukho.co.th/



