ผลข้างเคียงหลังฉีดวัคซีนที่พ่อแม่ต้องรู้ อาการไหนปกติ อาการไหนต้องรีบไปหาหมอ

วันฉีดวัคซีนเป็นวันที่พ่อแม่หลายคนรู้สึกกังวลมากกว่าวันอื่น ไม่ใช่เพราะกลัววัคซีน แต่เพราะไม่แน่ใจว่าอาการที่ลูกแสดงออกมาหลังฉีดนั้น อยู่ในขอบเขตปกติหรือเป็นสัญญาณที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์ความกังวลนี้เป็นเรื่องธรรมชาติ และการมีข้อมูลที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นช่วยให้รับมือได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ทำไมวัคซีนถึงทำให้เกิดอาการข้างเคียง

อาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีนส่วนใหญ่ไม่ใช่สัญญาณอันตราย แต่เป็นหลักฐานว่าระบบภูมิคุ้มกันกำลังทำงาน เมื่อร่างกายได้รับสารกระตุ้นจากวัคซีน เซลล์ภูมิคุ้มกันจะเริ่มกระบวนการจดจำและสร้างการตอบสนองต่อเชื้อโรคนั้นๆ กระบวนการนี้เองที่ทำให้เกิดอาการบางอย่างชั่วคราว

องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) ระบุตรงกันว่าอาการข้างเคียงระดับเล็กน้อยถึงปานกลางหลังฉีดวัคซีนเป็นเรื่องปกติและคาดได้ล่วงหน้า และโดยทั่วไปจะหายได้เองภายใน 1–3 วัน

อาการที่พบบ่อยและถือว่าปกติ

อาการเฉพาะที่บริเวณที่ฉีด

อาการที่พบบ่อยและมักหายได้เองภายใน 2–3 วัน ได้แก่

  • บวมแดงหรือมีรอยแดง บริเวณที่ฉีด เกิดจากการตอบสนองของเนื้อเยื่อต่อสารในวัคซีน
  • เจ็บหรือกดเจ็บบริเวณที่ฉีด โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสหรือขยับแขน
  • มีก้อนแข็งเล็กน้อย ใต้ผิวหนังบริเวณที่ฉีด อาจคงอยู่ได้นานหลายสัปดาห์ในบางวัคซีน เช่น วัคซีน BCG

อาการทั่วไปของร่างกาย

  • ไข้ต่ำถึงปานกลาง อุณหภูมิประมาณ 37.5–38.5 องศาเซลเซียส มักเกิดภายใน 24 ชั่วโมงหลังฉีดและหายภายใน 1–2 วัน
  • ง่วงซึม อ่อนเพลีย ลูกอาจนอนมากกว่าปกติในวันที่ฉีดและวันถัดไป
  • ร้องไห้งอแงมากกว่าปกติ โดยเฉพาะในทารก เป็นการแสดงออกถึงความไม่สบายตัวชั่วคราว
  • เบื่ออาหาร ทานอาหารได้น้อยลงในช่วง 1–2 วันแรก
  • ปวดศีรษะเล็กน้อยหรือปวดกล้ามเนื้อ พบได้บ่อยในเด็กโตและวัยรุ่น

อาการเหล่านี้ทั้งหมดบ่งชี้ว่าร่างกายกำลังสร้างภูมิคุ้มกัน ไม่ใช่สัญญาณว่าวัคซีนทำให้ลูกป่วย

อาการข้างเคียงตามชนิดวัคซีน

วัคซีนแต่ละชนิดมีลักษณะอาการข้างเคียงที่เฉพาะเจาะจงแตกต่างกัน การรู้ล่วงหน้าช่วยให้พ่อแม่เตรียมรับมือได้ตรงจุด

วัคซีน BCG (วัณโรค)

ฉีดตั้งแต่แรกเกิด มักเกิดตุ่มแดงเล็กน้อยที่ต้นแขนซ้ายภายใน 2–4 สัปดาห์ ต่อมาอาจกลายเป็นตุ่มหนองขนาดเล็กและแตกออกเป็นแผลตื้นๆ ก่อนจะค่อยๆ หายและทิ้งรอยแผลเป็นเล็กน้อย กระบวนการนี้ปกติมากและไม่ต้องทำอะไรกับแผล ห้ามบีบหรือปิดพลาสเตอร์ปิดทับ

วัคซีน DTP (คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน)

เป็นวัคซีนที่มีโอกาสเกิดอาการข้างเคียงเฉพาะที่บริเวณฉีด ได้แก่ บวม แดง เจ็บบริเวณต้นขาหรือแขน และอาจมีไข้ร่วมด้วย อาการมักเด่นชัดในเข็มที่ 4 และ 5 มากกว่าเข็มแรกๆ

วัคซีน MMR (หัด-คางทูม-หัดเยอรมัน)

อาจเกิดไข้ต่ำๆ และผื่นแดงจางๆ ได้ประมาณ 7–12 วันหลังฉีด ซึ่งต่างจากวัคซีนอื่นที่มักเกิดอาการใน 1–2 วันแรก ผื่นนี้ไม่ติดต่อและหายได้เอง

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก

อาจทำให้มีน้ำมูกไหล คัดจมูก หรืออาการคล้ายหวัดเล็กน้อยภายใน 1–2 วันหลังรับวัคซีน

วัคซีนป้องกันโรต้าไวรัส (ชนิดกิน)

ทารกบางรายอาจมีอาการท้องเสียเล็กน้อยหรืออาเจียนได้หลังรับวัคซีนชนิดนี้

วิธีดูแลลูกเมื่อมีอาการข้างเคียงทั่วไป

เมื่อมีไข้

  • ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวเพื่อช่วยลดอุณหภูมิ
  • ให้ดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • ในกรณีที่ไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียสหรือลูกดูไม่สบายตัวมาก ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเรื่องการใช้ยาลดไข้ที่เหมาะสมกับอายุและน้ำหนัก เช่น พาราเซตามอล

หมายเหตุ ไม่ควรให้ยาแอสไพรินกับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เพราะเสี่ยงต่อกลุ่มอาการ Reye’s Syndrome

เมื่อบวมแดงบริเวณที่ฉีด

  • ประคบเย็นด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำเย็น ครั้งละ 10–15 นาที ช่วยลดอาการปวดและบวมได้
  • ไม่ควรนวดหรือกดบริเวณนั้น
  • สวมเสื้อผ้าหลวมๆ เพื่อลดการเสียดสี

เมื่อลูกงอแงมาก

  • อุ้มหรืออยู่ใกล้ๆ เพื่อให้ความอบอุ่นและความมั่นคงทางอารมณ์
  • ให้นมบ่อยขึ้นในทารกที่กินนมแม่ ช่วยทั้งเรื่องความสบายใจและให้น้ำเพิ่ม

อาการที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์

แม้อาการข้างเคียงส่วนใหญ่จะหายเองได้ แต่มีบางอาการที่บ่งชี้ถึงการตอบสนองที่รุนแรงและต้องได้รับการประเมินจากแพทย์โดยเร็ว

อาการที่ควรพบแพทย์ภายในวันเดียวกัน

  • ไข้สูงกว่า 39 องศาเซลเซียส และไม่ลดลงแม้ใช้ยาลดไข้
  • ร้องไห้เสียงสูงหรือร้องไม่หยุดนานกว่า 3 ชั่วโมง โดยเฉพาะในทารก
  • บวมแดงบริเวณฉีดขยายใหญ่ขึ้นมากหลังจาก 24–48 ชั่วโมง หรือมีอาการปวดมากขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะดีขึ้น
  • ลูกซึมมาก ปลุกตื่นยาก หรือตื่นตัวน้อยกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
  • อาเจียนหรือท้องเสียรุนแรง จนเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ

อาการที่ต้องพาไปห้องฉุกเฉินทันที

อาการต่อไปนี้เป็นสัญญาณของปฏิกิริยาแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) ซึ่งพบได้น้อยมากแต่เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการรักษาทันที

  • หายใจลำบาก หายใจเร็วผิดปกติ หรือหายใจมีเสียงวี้ด
  • ริมฝีปาก ลิ้น หรือใบหน้าบวม
  • ผื่นลมพิษขึ้นทั่วตัว โดยเฉพาะที่ขึ้นเร็วและกระจายมาก
  • ตัวเขียวหรือซีดมาก
  • หมดสติหรือไม่รู้สึกตัว
  • ชักเกร็ง

ปฏิกิริยาแพ้รุนแรงหากเกิดขึ้น มักเกิดภายใน 15–30 นาทีหลังฉีด นี่คือเหตุผลที่แพทย์มักขอให้อยู่สังเกตอาการในสถานพยาบาลอย่างน้อย 30 นาทีหลังฉีดวัคซีน

คำถามที่พ่อแม่มักสงสัย

ให้ยาลดไข้ก่อนฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันไข้ได้ไหม?

ไม่แนะนำ งานวิจัยหลายชิ้นพบว่าการให้ยาลดไข้ก่อนฉีดวัคซีนอาจลดประสิทธิภาพการสร้างภูมิคุ้มกันได้ ควรให้ยาเฉพาะเมื่อลูกมีไข้จริงหลังจากฉีดแล้ว

ลูกไข้ต่ำๆ ก่อนฉีดวัคซีน ยังฉีดได้ไหม?

ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ที่ตรวจในวันนั้น โดยทั่วไปหากไข้ไม่สูงมากและลูกยังดูแข็งแรงพอ แพทย์มักฉีดได้ตามปกติ แต่หากลูกป่วยหนัก แพทย์อาจเลื่อนนัดออกไปก่อน

ฉีดวัคซีนหลายเข็มพร้อมกันปลอดภัยไหม?

ปลอดภัย ตามแนวทางขององค์กรสุขภาพระดับสากลและกรมควบคุมโรค การฉีดวัคซีนหลายชนิดพร้อมกันไม่ได้ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันรับไม่ไหว แต่อาจทำให้อาการข้างเคียงเล็กน้อยรวมกันมากขึ้นเล็กน้อยในช่วงแรก

หลังฉีดวัคซีนแล้วลูกอาบน้ำได้ไหม?

อาบน้ำได้ตามปกติ เพียงระวังอย่าขัดถูหรือนวดบริเวณที่ฉีดแรงๆ

สิ่งที่ควรเตรียมและสังเกตหลังกลับบ้าน

เพื่อให้รับมือกับอาการหลังฉีดได้อย่างมั่นใจ สิ่งที่ควรทำหลังกลับบ้านมีดังนี้

  • จดบันทึกเวลาที่ฉีดและวัคซีนชนิดที่ได้รับ เพื่อใช้อ้างอิงหากมีอาการผิดปกติ
  • สังเกตอาการลูกอย่างใกล้ชิดใน 48–72 ชั่วโมงแรก
  • เตรียมยาลดไข้ที่เหมาะสมกับอายุและน้ำหนักไว้ที่บ้าน
  • เก็บสมุดวัคซีนไว้ในที่ที่หาได้ง่าย
  • หากมีข้อสงสัยใดๆ โทรปรึกษาสถานพยาบาลที่ฉีดได้ก่อนเสมอ

อาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีนส่วนใหญ่เป็นเรื่องปกติและหายได้เองในเวลาไม่นาน ไข้ต่ำ บวมแดงบริเวณที่ฉีด งอแง หรืออ่อนเพลีย ล้วนเป็นสัญญาณที่บอกว่าระบบภูมิคุ้มกันกำลังทำงาน

สิ่งสำคัญคือการรู้ว่าอาการไหนอยู่ในขอบเขตปกติ และอาการไหนที่ต้องรีบพาลูกไปพบแพทย์ การมีข้อมูลที่ถูกต้องช่วยให้พ่อแม่ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ และช่วยให้ลูกได้รับการดูแลที่เหมาะสมในเวลาที่ควร

การพาลูกฉีดวัคซีนตามตารางที่แนะนำ ควบคู่กับการสังเกตอาการหลังฉีดอย่างใส่ใจ คือสิ่งที่พ่อแม่ทำได้เพื่อปกป้องสุขภาพของลูกในระยะยาว ติดต่อจองคิวปรึกษาแพทย์ หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ LINE Official: @Srisukho

โรงพยาบาลศรีสุโข พิจิตร

ที่อยู่: 22/29 ถนนสระหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร 6600
เบอร์โทรศัพท์: 056 612 377
สายด่วน: 063 339 3654
LINE Official: @Srisukho
เว็บไซต์: srisukho.co.th

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


Scroll to Top