พยาธิในเด็กพบบ่อยแค่ไหน สัญญาณที่พ่อแม่ควรสังเกตและวิธีป้องกัน

พยาธิในเด็กเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในเด็กวัยอนุบาลถึงประถมที่ชอบเล่นดิน วิ่งเล่นเท้าเปล่า หรือหยิบจับสิ่งของเข้าปากโดยไม่รู้ตัว ปัญหาคือพยาธิบางชนิดแทบไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก ทำให้พ่อแม่หลายคนไม่ทันสังเกตจนกระทั่งลูกเริ่มมีอาการที่ส่งผลต่อพัฒนาการหรือสุขภาพ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่ความชุกของโรคพยาธิในเด็ก รวมถึงสัญญาณเตือนที่ควรสังเกต ไปจนถึงวิธีป้องกันที่สามารถทำได้

พยาธิในเด็กพบได้บ่อยแค่ไหน

แม้ในปัจจุบันสุขอนามัยในประเทศไทยจะดีขึ้นกว่าอดีตมาก แต่การติดเชื้อพยาธิในเด็กยังคงพบได้อยู่เสมอ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการเลี้ยงสัตว์ใกล้ชิด สนามเด็กเล่นที่เป็นดินทราย หรือโรงเรียนที่มีเด็กจำนวนมากอยู่รวมกัน พยาธิบางชนิดอย่างพยาธิเข็มหมุดสามารถแพร่กระจายได้ง่ายมากในกลุ่มเด็กเล็ก เพราะติดต่อผ่านการสัมผัสไข่พยาธิที่ปนเปื้อนบนมือ ของเล่น หรือเสื้อผ้า แล้วเผลอเข้าปากโดยไม่รู้ตัว

เด็กวัย 2-10 ปีถือเป็นกลุ่มที่พบการติดเชื้อพยาธิได้บ่อย เนื่องจากพฤติกรรมของวัยนี้มักเกี่ยวข้องกับการสำรวจสิ่งแวดล้อมด้วยมือและปาก รวมถึงยังไม่สามารถดูแลสุขอนามัยของตัวเองได้ดีเท่าผู้ใหญ่ ทำให้เชื้อพยาธิแพร่จากคนสู่คนหรือจากสิ่งแวดล้อมสู่ร่างกายได้ง่ายกว่าวัยอื่น

ชนิดของพยาธิที่พบบ่อยในเด็กไทย

พยาธิเข็มหมุด

พยาธิเข็มหมุดเป็นพยาธิที่พบบ่อย ตัวพยาธิมีขนาดเล็กมากคล้ายเส้นด้ายสีขาว อาศัยอยู่บริเวณลำไส้ใหญ่และมักคลานออกมาวางไข่บริเวณรอบทวารหนักในเวลากลางคืน ทำให้เด็กมีอาการคันบริเวณนั้นและนอนหลับไม่สนิท พยาธิชนิดนี้ติดต่อง่ายมากในกลุ่มเด็กที่เล่นด้วยกัน เพราะไข่พยาธิสามารถติดอยู่ตามมือ เล็บ หรือของเล่นได้นานหลายวัน

พยาธิไส้เดือน

พยาธิไส้เดือนตัวกลมเป็นอีกชนิดที่พบได้บ่อย ติดต่อผ่านการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนไข่พยาธิ โดยเฉพาะผักที่ล้างไม่สะอาดหรือดินที่มีการปนเปื้อน พยาธิชนิดนี้อาศัยอยู่ในลำไส้เล็กและสามารถโตได้ถึงขนาดหลายเซนติเมตร หากมีจำนวนมากอาจส่งผลต่อการดูดซึมสารอาหารของเด็ก

พยาธิปากขอ

พยาธิปากขอมักพบในพื้นที่ที่เด็กเดินเท้าเปล่าบนดินที่ปนเปื้อน เนื่องจากตัวอ่อนของพยาธิสามารถไชผ่านผิวหนังเข้าสู่ร่างกายได้โดยตรง พยาธิชนิดนี้ดูดเลือดจากผนังลำไส้ ทำให้เด็กที่มีการติดเชื้อรุนแรงอาจมีภาวะซีดร่วมด้วย

สัญญาณที่พ่อแม่ควรสังเกต

เนื่องจากพยาธิในเด็กหลายชนิดไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก การสังเกตพฤติกรรมและร่างกายของลูกอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องสำคัญ อาการที่ควรใส่ใจมีดังนี้

  • คันบริเวณรอบทวารหนักโดยเฉพาะตอนกลางคืน เป็นสัญญาณที่พบบ่อยของพยาธิเข็มหมุด
  • ปวดท้องเป็นพักๆ โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน มักเป็นบริเวณรอบสะดือ
  • เบื่ออาหารหรือน้ำหนักไม่ขึ้นตามเกณฑ์ ทั้งที่กินอาหารได้ตามปกติ
  • ท้องอืด ท้องเสียสลับท้องผูก ผิดปกติจากพฤติกรรมการขับถ่ายเดิมของลูก
  • นอนหลับไม่สนิท งอแงตอนกลางคืน โดยเฉพาะเด็กที่มีอาการคันร่วมด้วย
  • ซีด อ่อนเพลียง่าย ในกรณีที่มีการติดเชื้อพยาธิปากขอหรือมีการเสียเลือดเรื้อรัง
  • เห็นตัวพยาธิหรือชิ้นส่วนของพยาธิปนออกมากับอุจจาระ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจน

หากพบอาการเหล่านี้ ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อตรวจอุจจาระหาไข่พยาธิ ซึ่งเป็นวิธีที่แม่นยำในการยืนยันชนิดของพยาธิและวางแผนการดูแลรักษาที่เหมาะสม

ผลกระทบต่อพัฒนาการ

พยาธิบางชนิดหากมีจำนวนมากในร่างกายและปล่อยไว้เป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อการดูดซึมสารอาหารของเด็ก เนื่องจากพยาธิแย่งสารอาหารจากร่างกายโดยตรง ทำให้เด็กมีภาวะขาดสารอาหารได้ในระยะยาว ซึ่งอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตทั้งด้านร่างกายและสติปัญญา โดยเฉพาะในช่วงวัยที่สมองกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้อาการคันจากพยาธิเข็มหมุดที่รบกวนการนอนหลับต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็อาจส่งผลต่อสมาธิและพฤติกรรมของเด็กในช่วงกลางวันได้เช่นกัน

*อาการและผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

วิธีป้องกันพยาธิในเด็ก

1. สร้างนิสัยล้างมือให้เป็นกิจวัตร

การล้างมือด้วยสบู่ก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำเป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ดี เนื่องจากไข่พยาธิส่วนใหญ่แพร่กระจายผ่านมือที่ปนเปื้อน ควรฝึกให้ลูกล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง รวมถึงหลังเล่นดินทรายหรือสัมผัสสัตว์เลี้ยง

2. ตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอ

เล็บยาวเป็นแหล่งสะสมไข่พยาธิได้ดี โดยเฉพาะพยาธิเข็มหมุดที่เด็กมักเผลอเกาบริเวณที่คันแล้วนำมือเข้าปาก การตัดเล็บให้สั้นและทำความสะอาดใต้เล็บอย่างสม่ำเสมอจึงช่วยลดความเสี่ยงได้มาก

3. ล้างผักผลไม้และปรุงอาหารให้สุก

ควรล้างผักผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทาน และหลีกเลี่ยงอาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ที่อาจมีตัวอ่อนพยาธิปนเปื้อนอยู่

4. สวมรองเท้าเมื่อเล่นนอกบ้าน

การสวมรองเท้าช่วยป้องกันพยาธิปากขอที่ไชผ่านผิวหนังได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นดินทรายหรือมีการเลี้ยงสัตว์ใกล้เคียง

5. ถ่ายพยาธิตามคำแนะนำของแพทย์

เด็กที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือมีประวัติการติดเชื้อมาก่อน การให้ยาถ่ายพยาธิตามช่วงเวลาที่เหมาะสมเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดโอกาสการสะสมของพยาธิในร่างกาย ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนให้ยาทุกครั้ง เนื่องจากปริมาณและชนิดของยาต้องเหมาะสมกับอายุและน้ำหนักตัวของเด็กแต่ละคน

พยาธิในเด็กเป็นปัญหาสุขภาพที่ป้องกันได้ไม่ยาก หากพ่อแม่ใส่ใจสังเกตพฤติกรรมและอาการของลูกอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับการปลูกฝังสุขอนามัยที่ดีตั้งแต่วัยเด็ก หากสงสัยว่าลูกอาจมีการติดเชื้อพยาธิ การพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้องจะช่วยให้ได้รับการดูแลรักษาที่ตรงจุดและป้องกันผลกระทบต่อพัฒนาการในระยะยาว

*การตรวจรักษาหรือทำหัตถการมีความเสี่ยงของการไม่ได้ผลลัพธ์ หรืออาจเกิดอันตรายและเกิดผลข้างเคียงได้ ควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ก่อนรับบริการ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ LINE Official: @Srisukho

โรงพยาบาลศรีสุโข พิจิตร

ที่อยู่: 22/29 ถนนสระหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร 6600
เบอร์โทรศัพท์: 056 612 377
สายด่วน: 063 339 3654
LINE Official: @Srisukho
เว็บไซต์: srisukho.co.th

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


Scroll to Top