ลูกอาเจียนและถ่ายเหลว แบบไหนเสี่ยงขาดน้ำ? เมื่อไรควรพาไปโรงพยาบาล

พ่อแม่ที่มีลูกน้อยมักจะต้องคอยเอาใจใส่ดูแลสุขภาพของลูกเป็นอย่างมาก เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตอย่างแข็งแรง แต่บางครั้งอาจมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ลูกอาเจียนพร้อมกับถ่ายเหลว เมื่อลูกมีอาการอาเจียนและถ่ายเหลวติดต่อกัน สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังให้ดีคือ “ภาวะขาดน้ำ” เพราะร่างกายของเด็กเล็กมีความไวต่อการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ที่สำคัญอย่างรวดเร็ว หากรับมือไม่ทัน ภาวะนี้อาจส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ในร่างกายของลูกจนอาจเกิดอันตรายได้

อาการท้องเสียในเด็ก

อาการท้องเสีย เกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ทั้งจากเชื้อไวรัส (เช่น ไวรัสโรต้า) หรือเชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนมากับอาหารและน้ำดื่ม รวมถึงการหยิบจับสิ่งของเข้าปาก ลักษณะอาการคือการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำ หรือถ่ายมีมูกเลือดปน มากกว่า 3 ครั้งขึ้นไปภายใน 24 ชั่วโมง เบื้องต้นร่างกายของเด็กจะพยายามขับเชื้อโรคออกทางอุจจาระ สิ่งสำคัญคือการชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะช็อค

เด็กอาเจียนและถ่ายเหลว

เมื่อลูกมีอาการอาเจียนและถ่ายเหลวพร้อมกัน สิ่งแรกที่พ่อแม่ควรสังเกตคือความถี่ ลักษณะของอุจจาระ และพฤติกรรมโดยรวมของลูก โดยทั่วไปแล้ว หากลูกยังคงเล่นได้ ยังดื่มน้ำหรือดูดนมได้ ปัสสาวะออกตามปกติ และไม่มีไข้สูง ถือว่าอาการยังอยู่ในระดับที่ดูแลที่บ้านได้ 

อาการอาเจียนในเด็กเล็กมักเกิดถี่ในช่วงวันแรก แล้วค่อยๆ ลดลง ส่วนอาการถ่ายเหลวอาจต่อเนื่องได้นานกว่า บางรายอาจถ่ายเหลวได้ถึง 5-7 วัน กว่าจะกลับมาเป็นปกติ

อาการขาดน้ำในเด็ก สัญญาณเตือนสำคัญที่ควรสังเกต

ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่น่ากังวลที่สุดจากอาการอาเจียนและถ่ายเหลวในเด็ก เนื่องจากร่างกายเด็กเล็กมีสัดส่วนน้ำในร่างกายค่อนข้างสูงและปรับตัวได้ไม่เร็วเท่าผู้ใหญ่ หากเสียน้ำมากเกินไปในเวลาอันสั้น อาจส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ

สัญญาณของภาวะขาดน้ำ ได้แก่

  • ดื่มน้ำหรือนมได้น้อยลง
  • ดื่มน้ำแล้วเกิดอาการอาเจียนซ้ำ
  • ปาก ลิ้น หรือริมฝีปากแห้ง
  • กระหายน้ำมากผิดปกติ
  • ง่วงซึม อ่อนแรง หรือหงุดหงิดผิดปกติ
  • มือและเท้าเย็น หรือผิวซีดและเป็นลาย
  • ลักษณะการหายใจเปลี่ยนไป เช่น หายใจเร็วขึ้นผิดปกติ

ตารางเปรียบเทียบระดับความรุนแรงของภาวะขาดน้ำในเด็ก

จุดสังเกตอาการขาดน้ำเล็กน้อยอาการขาดน้ำรุนแรง (ควรรีบพบแพทย์)
ปาก ริมฝีปากแห้งเล็กน้อยริมฝีปากแห้ง ปากและลิ้นแห้งมาก
การปัสสาวะน้อยลง สีเข้มขึ้นน้อยลงมาก หรือไม่ปัสสาวะนานหลายชั่วโมง
พฤติกรรมซึมลง อ่อนเพลียเล็กน้อยซึมมาก อ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด ไม่ค่อยตอบสนอง ไม่สนใจสิ่งรอบตัว บางรายอาจมีอาการง่วงหลับหรือหมดสติ
น้ำตา (เวลาร้องไห้)น้ำตาไหลน้อยลงน้ำตาแทบไม่ไหล หรือไม่มีน้ำตา
ดวงตาและกระหม่อม (ในทารก)ดวงตาดูโหลเล็กน้อยดวงตาโหลลึก บริเวณกระหม่อมดูบุ๋มหรือดูยุบลง

เด็กท้องเสียควรไปหาหมอเมื่อไร

อาการท้องเสียและอาเจียนส่วนใหญ่จะดูแลที่บ้านได้ แต่หากลูกมีอาการขาดน้ำอย่างรุนแรง หรือมีอาการอื่นๆ ดังต่อไปนี้ ควรรีบพาลูกมาพบแพทย์ เพื่อให้ได้รับการประเมินและดูแลอย่างเหมาะสมทันเวลา

ลักษณะอาการที่ควรพาไปโรงพยาบาลทันที

  • มีสัญญาณขาดน้ำระดับรุนแรงตามตารางข้างต้น
  • ปวดท้องรุนแรง ร้องไห้ไม่หยุด หรือมีอาการท้องบวมแข็ง
  • มีไข้เฉียบพลัน ไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส ร่วมกับซึมลงผิดปกติ
  • ทารกอายุต่ำกว่า 3 เดือน มีอาการอาเจียนหรือถ่ายเหลวร่วมกับเป็นไข้สูง
  • อาเจียนหรือถ่ายเหลวติดต่อกันโดยไม่ดีขึ้นภายใน 24-48 ชั่วโมง
  • อาเจียนเป็นสีเขียว มีเลือดปนในอาเจียน หรือถ่ายเหลวเป็นเลือด
  • อาเจียนบ่อยครั้งจนไม่สามารถดื่มน้ำเกลือแร่หรือรับประทานอาหารได้

สำหรับเด็กที่อาการยังไม่รุนแรงถึงขั้นดังกล่าว เบื้องต้นสามารถดูแลที่บ้านได้ด้วยการให้ดื่มน้ำหรือสารละลายเกลือแร่สำหรับเด็กในปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง หลีกเลี่ยงน้ำหวานหรือน้ำอัดลมที่อาจทำให้อาการถ่ายเหลวแย่ลง และให้อาหารอ่อนย่อยง่ายเมื่อเด็กเริ่มอยากรับประทานอีกครั้ง พร้อมสังเกตอาการอย่างต่อเนื่อง

บริการตรวจโรคทั่วไปและบริการดูแลเด็ก โรงพยาบาลศรีสุโข

โรงพยาบาลศรีสุโข พิจิตร มีบริการตรวจรักษาโรคทั่วไป ช่วยให้ผู้ปกครองสามารถติดตามสุขภาพของลูกได้อย่างใกล้ชิด หากเด็กมีอาการอาเจียน ถ่ายเหลว หรือมีอาการเจ็บป่วยอื่นๆ ที่ผู้ปกครองไม่แน่ใจว่าควรเฝ้าดูต่อที่บ้านหรือควรพบแพทย์ สามารถสอบถามข้อมูลบริการและนัดพบแพทย์ที่โรงพยาบาลศรีสุโข เพื่อเข้ารับบริการรักษาโรคทั่วไปและบริการดูแลเด็ก 

ติดต่อบริการของโรงพยาบาลได้ทุกวัน เวลา 07:00-22:00 น. หรือติดต่อสายด่วนฉุกเฉิน โทร. 063-339-3654

อาการอาเจียนและถ่ายเหลวในเด็กส่วนใหญ่พ่อแม่สามารถดูแลลูกที่บ้านได้ หากลูกยังดื่มได้ ปัสสาวะได้ และรู้สึกตัวดี ควรให้สารละลายเกลือแร่ทีละน้อยอย่างสม่ำเสมอ และต้องคอยเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะขาดน้ำ โดยสังเกตสัญญาณเตือนตั้งแต่ระยะแรก หากลูกมีอาการอาเจียนจนดื่มน้ำไม่ได้ ซึมลง ถ่ายเป็นเลือด หรือมีอาเจียนสีเขียว ควรพาไปโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ประเมินอาการและวางแนวทางดูแลที่เหมาะสม

*การตรวจรักษาหรือทำหัตถการมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการทุกครั้ง
*บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น หากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


Scroll to Top