ส่งต่อภูมิคุ้มกันจากแม่สู่ลูกน้อย ทำความรู้จักวัคซีน RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์

ช่วงเวลาตั้งครรภ์คือช่วงเวลาสำคัญที่คุณแม่สามารถส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กับลูกน้อยในครรภ์ได้ นอกเหนือจากสารอาหารและพัฒนาการทางร่างกายแล้ว การสร้างเกราะป้องกันโรคก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ปัจจุบันมีนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ช่วยให้คุณแม่สามารถมอบภูมิคุ้มกันให้กับทารกตั้งแต่ยังไม่คลอด นั่นคือการรับวัคซีนป้องกันไวรัส RSV บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับวัคซีนชนิดนี้ ว่ามีส่วนช่วยปกป้องทารกแรกเกิดได้อย่างไร

ไวรัส RSV ภัยเงียบทางเดินหายใจที่อันตรายต่อลูกน้อย

เชื้อไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจรุนแรงในเด็กทารก เมื่อทารกได้รับเชื้ออาจนำไปสู่ภาวะหลอดลมฝอยอักเสบและโรคปอดบวม เนื่องจากทารกแรกเกิดยังมีระบบภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรงเต็มที่ การติดเชื้อในกลุ่มเด็กเล็กจึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรงและอาจต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

การทำงานของวัคซีน RSV ในคุณแม่ตั้งครรภ์

คุณแม่ตั้งครรภ์หลายท่านอาจสงสัยว่าการฉีดวัคซีนที่คุณแม่จะช่วยปกป้องลูกน้อยได้อย่างไร หลักการทำงานของวัคซีนมีขั้นตอนที่น่าสนใจดังนี้

กระบวนการส่งต่อภูมิคุ้มกันแบบพาสซีฟ

เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ได้รับวัคซีน RSV ร่างกายจะถูกกระตุ้นให้สร้างแอนติบอดีขึ้นมาเพื่อต่อต้านไวรัส แอนติบอดีเหล่านี้จะถูกส่งผ่านทางรกและสายสะดือไปสู่ทารกที่อยู่ในครรภ์ กระบวนการทางธรรมชาตินี้เรียกว่าการส่งต่อภูมิคุ้มกันแบบพาสซีฟ (Passive Immunity)

ปกป้องทารกแรกเกิดในช่วง 6 เดือนแรก

เป้าหมายสำคัญของการรับวัคซีนคือการมอบภูมิคุ้มกันให้ทารกตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก ภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากคุณแม่จะช่วยปกป้องทารกจากการติดเชื้อไวรัส RSV ในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต ซึ่งเป็นช่วงเวลาบอบบางที่ร่างกายของเด็กยังไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันเองได้ และทารกในวัยนี้ยังไม่สามารถรับวัคซีนชนิดนี้ได้โดยตรง

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้ารับวัคซีน

การรับวัคซีน RSV ในคุณแม่ตั้งครรภ์จะต้องทำในช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อให้ร่างกายมีเวลาสร้างและส่งผ่านภูมิคุ้มกัน

  • อายุครรภ์ที่แนะนำ สูตินรีแพทย์มักแนะนำให้ฉีดในช่วงอายุครรภ์ 24 ถึง 36 สัปดาห์ (บางกรณีอาจแนะนำเฉพาะเจาะจงในช่วง 32 ถึง 36 สัปดาห์ เพื่อให้การกระตุ้นภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ)
  • จำนวนเข็มที่ต้องฉีด เข้ารับวัคซีนเพียง 1 ครั้งเท่านั้น
  • การเว้นระยะห่าง หากต้องรับวัคซีนชนิดอื่นร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเว้นระยะห่างอย่างเหมาะสม ซึ่งโดยทั่วไปมักแนะนำให้เว้นระยะห่างประมาณ 2 สัปดาห์

ความปลอดภัยและผลข้างเคียงที่ควรรู้

ความปลอดภัยของคุณแม่และลูกน้อยเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก วัคซีน RSV สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ผ่านการศึกษาและได้รับการรับรองมาตรฐานทางการแพทย์ ไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะคลอดก่อนกำหนด การแท้ง หรือความผิดปกติของทารกในครรภ์

สำหรับผลข้างเคียงที่อาจพบได้หลังการฉีดวัคซีน มักเป็นอาการทั่วไปที่ไม่รุนแรง ได้แก่

  • อาการปวดบริเวณที่ฉีดยา
  • อาการปวดศีรษะหรือปวดเมื่อยตามตัว
  • อาการคลื่นไส้เล็กน้อย

ในส่วนของคุณแม่ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร ปัจจุบันยังไม่มีรายงานถึงประโยชน์ของการรับวัคซีน RSV ในระยะนี้ จึงยังไม่แนะนำให้ฉีดหลังคลอด

การปกป้องลูกน้อยจากไวรัส RSV สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์ การส่งผ่านภูมิคุ้มกันจากคุณแม่สู่ทารกเป็นเกราะป้องกันทางธรรมชาติที่ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคทางเดินหายใจรุนแรง หากกำลังตั้งครรภ์และสนใจเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย ควรเข้ารับคำปรึกษาจากสูตินรีแพทย์ที่ดูแลครรภ์ เพื่อประเมินสุขภาพและรับคำแนะนำเกี่ยวกับการรับวัคซีนอย่างถูกต้องและเหมาะสม

โรงพยาบาลศรีสุโข พิจิตร

ที่อยู่: 22/29 ถนนสระหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร 6600
เบอร์โทรศัพท์: 056 612 377
สายด่วน: 063 339 3654
LINE Official: @Srisukho
เว็บไซต์: https//srisukho.co.th/ 

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


Scroll to Top