ปัญหาสิวอาจดูเป็นเรื่องเล็กสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับผู้หญิงที่มีอาการ “สิวเรื้อรัง” รักษาอย่างไรก็ไม่ดีขึ้น เป็นๆ หายๆ ติดต่อกันนานหลายปี ปัญหานี้ไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่ความมั่นใจบนใบหน้าเท่านั้น แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยเงียบจากภายในร่างกายที่กำลังบ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบฮอร์โมน โดยเฉพาะโรคที่พบได้บ่อยในวัยรุ่นผุ้หญิง คือ ภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome: PCOS)
บทความนี้ จะพาคุณไปทำความเข้าใจกลไกของโรค วิธีสังเกตอาการ และแนวทางการรักษาที่ต้นเหตุ เพื่อคืนสุขภาพผิวที่ดีและระบบภายในที่สมดุลให้กับคุณ
เมื่อ “สิว” ไม่ใช่แค่เรื่องของผิวหนัง
หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ทำไมการใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวทั่วไป การทายา หรือแม้แต่การล้างหน้าอย่างถูกวิธี จึงไม่สามารถจัดการปัญหาสิวบนใบหน้าได้ หรือในบางรายอาจดีขึ้นเพียงชั่วคราวแล้วกลับมาเป็นซ้ำอีก
คำตอบอาจอยู่ที่ “ต้นเหตุของการเกิดสิว” ซึ่งในกรณีนี้ไม่ได้เกิดจากสิ่งสกปรกหรือแบคทีเรียภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก ภาวะฮอร์โมนที่ไม่สมดุล ภายในร่างกาย โดยเฉพาะการมีระดับฮอร์โมนเพศชาย (Androgen) สูงกว่าปกติ ซึ่งจะไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันออกมามากเกินความจำเป็น ส่งผลให้เกิดอาการหน้ามัน รูขุมขนอุดตัน และกลายเป็นสิวอักเสบเรื้อรังในที่สุด
รู้จักกับภาวะ PCOS (Polycystic Ovary Syndrome)
ภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ หรือ PCOS เป็นความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อที่พบบ่อยในผู้หญิง เกิดจากการที่รังไข่ทำงานผิดปกติ มีถุงน้ำเล็กๆ จำนวนมากในรังไข่ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการตกไข่และระดับฮอร์โมนในร่างกาย

อาการเตือนที่บ่งบอกว่าคุณอาจเสี่ยงเป็น PCOS
หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาสิวเรื้อรัง ลองสังเกตตนเองว่ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วยหรือไม่
- ประจำเดือนมาไม่ปกติ: เป็นสัญญาณที่เด่นชัดที่สุด อาจมีอาการประจำเดือนขาด มาไม่สม่ำเสมอ รอบเดือนห่างกันนานเกิน 35 วัน หรือมาปีละไม่กี่ครั้ง
- หน้ามันและสิวขึ้นเยอะผิดปกติ: โดยเฉพาะสิวอักเสบที่บริเวณคาง กรอบหน้า และแผ่นหลัง ซึ่งมักเห่อขึ้นในช่วงก่อนหรือหลังมีประจำเดือน และรักษายากกว่าสิวทั่วไป
- ภาวะขนดก (Hirsutism): มีขนขึ้นดกหนาผิดปกติในบริเวณที่ผู้หญิงไม่ควรมี เช่น หนวด เครา รอบหัวนม กลางหน้าอก หรือแผ่นหลัง เนื่องจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศชาย
- ผมร่วงหรือผมบาง: บริเวณกลางศีรษะคล้ายรูปแบบศีรษะล้านในผู้ชาย
- น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นง่าย: หรือมีภาวะอ้วนลงพุง ระบบเผาผลาญทำงานลดลง
- มีบุตรยาก: เนื่องจากการตกไข่ไม่สม่ำเสมอ หรือไม่มีการตกไข่
การวินิจฉัย
ที่ โรงพยาบาลศรีสุโข เราให้ความสำคัญกับการรักษาแบบองค์รวม เมื่อผู้รับบริการเข้ามาปรึกษาเรื่องสิวเรื้อรัง แพทย์จะไม่เพียงแค่ตรวจดูสภาพผิวหนังภายนอกเท่านั้น แต่จะมีการซักประวัติอย่างละเอียด โดยเฉพาะประวัติประจำเดือน
หากพบข้อบ่งชี้ที่น่าสงสัย แพทย์จะแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติมด้วย อัลตราซาวนด์ (Ultrasound) เพื่อดูความผิดปกติของรังไข่ ซึ่งในผู้ป่วย PCOS มักจะพบภาพลักษณะของถุงน้ำเล็กๆ จำนวนมากกระจายตัวอยู่ในรังไข่ ร่วมกับการตรวจระดับฮอร์โมนในเลือดเพื่อยืนยันผลการวินิจฉัยที่แม่นยำ
“การรักษาเพียงโรคสิวอย่างเดียว โดยไม่รักษาสาเหตุ อาการก็จะไม่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ดังนั้น แนะนำให้รักษาที่สาเหตุควบคู่กันไป”
แนวทางการรักษา PCOS และสิวฮอร์โมน
การรักษาภาวะ PCOS จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจและความต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับระดับฮอร์โมนให้เข้าสู่สมดุล และลดอาการแสดงต่างๆ ทั้งเรื่องผิวพรรณและระบบสืบพันธุ์
1. การรักษาด้วยยา (Medical Treatment)
เพื่อปรับสมดุลฮอร์โมน ทีมแพทย์อาจพิจารณาการใช้ยาตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ได้แก่
- ยาปรับฮอร์โมน: ทั้งรูปแบบยาเม็ดรับประทานและยาฉีด เพื่อลดระดับฮอร์โมนเพศชายและควบคุมรอบเดือนให้เป็นปกติ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาต่อเนื่องประมาณ 6-12 เดือนขึ้นไป
ยารักษาสิว: ใช้ควบคู่ไปกับการปรับฮอร์โมน เพื่อลดการอักเสบของสิวที่มีอยู่เดิม โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของผิวพรรณในช่วง 3-4 เดือนหลังการรักษา

2. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (Lifestyle Modification)
เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้การรักษาได้ผลลัพธ์
- ควบคุมน้ำหนัก: สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักเกิน การลดน้ำหนักเพียง 5-10% ของน้ำหนักตัว สามารถช่วยให้การตกไข่และระดับฮอร์โมนดีขึ้นได้
- อาหารและโภชนาการ: ลดของหวาน แป้งขัดขาว และของทอด เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะดื้อต่ออินซูลินซึ่งมักพบร่วมกับ PCOS
กรณีศึกษาจากผู้รับบริการจริง
จากประสบการณ์การดูแลรักษาผู้ป่วยของแพทย์โรงพยาบาลศรีสุโข พบว่ามีผู้หญิงจำนวนมากที่เข้ามารับคำปรึกษาด้วยปัญหาสิวเห่อเรื้อรังมานานกว่า 2 ปี รักษาจากที่อื่นแล้วอาการไม่ดีขึ้น ร่วมกับมีประวัติประจำเดือนมาไม่ปกติ (มาบ้างไม่มาบ้าง)
เมื่อได้รับการวินิจฉัยด้วยอัลตราซาวนด์และพบว่าเป็นภาวะ PCOS แพทย์จึงเริ่มกระบวนการรักษาด้วยการปรับฮอร์โมน ร่วมกับการดูแลผิวพรรณ
- ผลลัพธ์การรักษา: เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 2 เดือน สังเกตได้ว่าการเกิดสิวใหม่ลดลง สิวอักเสบเดิมยุบตัว และความมันบนใบหน้าลดลงอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นการยืนยันว่า “การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ”
สิวเรื้อรัง หน้ามัน และขนดก อาจไม่ใช่แค่เรื่องของความงาม แต่เป็นสัญญาณเตือนสุขภาพที่คุณไม่ควรมองข้าม หากคุณมีอาการเหล่านี้ การซื้อยามารับประทานเองอาจไม่ตรงจุดและอาจเกิดผลข้างเคียงได้ แนะนำให้เข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง
ที่ โรงพยาบาลศรีสุโข เราพร้อมดูแลคุณด้วยแพทย์และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย พร้อมบริการตรวจอัลตราซาวนด์เพื่อวินิจฉัยโรคทางนรีเวชอย่างละเอียด เพื่อให้คุณกลับมามีสุขภาพที่ดีและผิวพรรณที่สดใสอีกครั้ง
โรงพยาบาลศรีสุโข พิจิตร
ที่อยู่: 22/29 ถนนสระหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร 66000
เบอร์โทรศัพท์: 056 612 377
สายด่วน: 063 339 3654
LINE Official: @Srisukho
เว็บไซต์: https//srisukho.co.th/



