การดูแลผิวพรรณและรูปร่างด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์เป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้สารโบทูลินัมท็อกซิน (Botulinum Toxin) ซึ่งเป็นโปรตีนสกัดที่มีประสิทธิภาพในการทำงานกับกล้ามเนื้อ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์มักสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน โรงพยาบาลศรีสุโขจึงรวบรวมข้อเท็จจริงทางการแพทย์เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ
โบทูลินัมท็อกซิน ทำงานอย่างไรในร่างกาย
สารโบทูลินัมท็อกซินชนิดเอ (Botulinum Toxin Type A) ทำหน้าที่ยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทบริเวณรอยต่อระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ ส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ได้รับสารเกิดการผ่อนคลายและลดการขยับชั่วคราว แพทย์มักนำมาใช้เพื่อปรับสภาพผิวที่มีริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ เช่น รอยย่นหน้าผาก หรือรอยตีนกา รวมถึงใช้ในการลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณกรามเพื่อให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น
ผลลัพธ์จากการรับสารจะคงอยู่ได้นานเพียงใด
ระยะเวลาของประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ทั้งยี่ห้อของผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ ปริมาณยูนิต รวมถึงไลฟ์สไตล์และการตอบสนองทางชีวภาพของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปผลลัพธ์จะคงอยู่ประมาณ 3-6 เดือน เมื่อสารเริ่มสลายตัว กล้ามเนื้อจะค่อยๆ กลับมาทำงานตามปกติ คนไข้จึงมักกลับมารับการดูแลซ้ำตามที่แพทย์แนะนำ
อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นมีอะไรบ้าง
แม้จะเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ใช้กันแพร่หลาย แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงชั่วคราวเกิดขึ้นได้ เช่น
- อาการบวมแดงเล็กน้อย
- รอยช้ำในจุดที่รับสาร
- ความรู้สึกตึงบริเวณกล้ามเนื้อ
หากรับสารในปริมาณที่ไม่เหมาะสมหรือตำแหน่งที่คลาดเคลื่อน อาจส่งผลให้คิ้วตกหรือหนังตาตกได้ ดังนั้นกระบวนการนี้ควรดำเนินการโดยบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและมีความเข้าใจในกายวิภาคใบหน้าอย่างละเอียด

ความจริงเรื่องภาวะดื้อยา สาเหตุและวิธีสังเกต
ภาวะดื้อยา (Botulinum Toxin Resistance) เกิดจากการที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อต้านสารโบทูลินัมท็อกซิน ทำให้เมื่อรับสารในครั้งต่อๆ ไป จะพบว่าผลลัพธ์ไม่ชัดเจนเท่าเดิมหรือสารสลายตัวเร็วผิดปกติ
สาเหตุหลักมักมาจาก
- การรับสารบ่อยเกินไป (ไม่ควรรับบริการซ้ำภายในระยะเวลาที่น้อยกว่า 3 เดือน)
- การใช้สารที่ไม่มีมาตรฐานหรือมีโปรตีนเจือปนสูง ซึ่งกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันได้ง่าย
- การได้รับปริมาณสารที่มากเกินความจำเป็นต่อครั้ง
วิธีป้องกันภาวะดื้อยา เพื่อให้การดูแลผิวพรรณมีประสิทธิภาพยาวนาน
แนวทางป้องกัน คือ การวางแผนร่วมกับแพทย์ โดยเลือกใช้สารที่มีความบริสุทธิ์สูงและผ่านการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ควรเว้นระยะห่างระหว่างการรับบริการให้เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนสถานพยาบาลบ่อยครั้งโดยไม่แจ้งประวัติการรับสารเดิม เพื่อให้แพทย์สามารถติดตามผลและบริหารปริมาณสารได้อย่างแม่นยำ
การใช้โบทูลินัมท็อกซินเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการดูแลตัวเอง คนไข้ควรให้ความสำคัญกับการเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนรับบริการ และปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินความเสี่ยงและแผนการรักษาที่เหมาะสมกับโครงสร้างร่างกายของแต่ละบุคคล
โรงพยาบาลศรีสุโข พิจิตร
ที่อยู่: 22/29 ถนนสระหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร 66000
เบอร์โทรศัพท์: 056 612 377
สายด่วน: 063 339 3654
LINE Official: @Srisukho
เว็บไซต์: https//srisukho.co.th/



