เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน ปัญหาหนึ่งที่สร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่มากที่สุดคืออาการ “เลือดกำเดาไหล” โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่มักมีเลือดไหลออกมาอย่างกะทันหัน ภาพของเลือดที่หยดลงพื้นมักทำให้ผู้ปกครองตกใจและรีบสั่งให้ลูก “เงยหน้าขึ้น” หรือ “นอนราบ” เพราะเชื่อว่าจะช่วยให้เลือดหยุดไหลได้เร็วขึ้น
แต่รู้หรือไม่ว่า วิธีที่ทำต่อกันมานั้นอาจไม่ใช่ความจริง และอาจแฝงไปด้วยอันตรายที่คาดไม่ถึง บทความนี้จะพามารู้จักกับกลไกของเลือดกำเดาในหน้าช่วงอากาศร้อน และวิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์
ทำไมอากาศร้อนจัด ทำให้เลือดกำเดาไหลบ่อย?
ในเด็กเล็ก เส้นเลือดฝอยบริเวณโพรงจมูกส่วนหน้า (Kiesselbach’s Plexus) จะมีความเปราะบางและอยู่ชิดกับผิวเยื่อบุจมูกมากกว่าผู้ใหญ่ เมื่อเข้าสู่หน้าร้อน ร่างกายและระบบทางเดินหายใจจะต้องเผชิญกับปัจจัยกระตุ้นหลายประการ

- ความแห้งของอากาศ: อากาศที่ร้อนจัดมักมาพร้อมกับความชื้นสัมพัทธ์ที่ต่ำ ประกอบกับการอยู่ในห้องปรับอากาศเป็นเวลานาน ทำให้เยื่อบุจมูกแห้งและตกสะเก็ดได้ง่าย เมื่อเด็กเผลอแคะหรือจามเพียงเบาๆ เส้นเลือดฝอยที่เปราะบางจึงแตกออก
- การขยายตัวของหลอดเลือด: อุณหภูมิที่สูงขึ้นส่งผลให้หลอดเลือดทั่วร่างกายขยายตัวเพื่อระบายความร้อน รวมถึงหลอดเลือดฝอยในโพรงจมูกด้วย เมื่อหลอดเลือดขยายตัวและเป่งขึ้น จึงมีโอกาสแตกได้ง่ายกว่าปกติ
- พฤติกรรมของเด็ก: เมื่ออากาศร้อน เด็กๆ มักรู้สึกรำคาญหรือคันจมูกจากความแห้ง ทำให้มีการแคะ แกะ หรือขยี้จมูกบ่อยครั้ง ซึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เลือดกำเดาไหล
เลือดกำเดาไหล “อย่าเงยหน้า” ความเชื่อผิดๆ ที่ต้องระวัง
วิธีปฐมพยาบาลที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย คือ การบอกให้เด็กเงยหน้าขึ้นเพื่อให้เลือดไหลกลับลงไป แต่ในทางการแพทย์ “ห้ามเงยหน้าเด็ดขาด” เนื่องจาก
- เสี่ยงต่อการสำลัก: เลือดที่ควรจะไหลออกทางจมูกจะไหลย้อนลงไปในลำคอ เข้าสู่หลอดลม และอาจทำให้สำลักลงปอดได้
- ระคายเคืองกระเพาะอาหาร: หากเลือดไหลลงไปในกระเพาะอาหารปริมาณมาก อาจทำให้เด็กเกิดอาการคลื่นไส้และอาเจียนออกมาเป็นเลือด ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ดูรุนแรงขึ้นและแพทย์วินิจฉัยลำบากขึ้น
วิธีห้ามเลือดกำเดาที่ถูกต้อง แนะนำขั้นตอนแบบ Step-by-Step
เมื่อลูกเลือดกำเดาไหล สิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำคือการตั้งสติ และปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้
- จัดท่าทางให้เหมาะสม: ให้เด็กนั่งตัวตรงบนเก้าอี้ หรือนั่งบนตักผู้ปกครอง แล้วให้ “ก้มหน้าลงเล็กน้อย” เพื่อให้เลือดไหลออกมาทางจมูก ไม่ไหลย้อนลงคอ
- กดจมูกส่วนล่าง: ใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวโป้งบีบลงบนส่วนที่เป็น “ปีกจมูก” (ส่วนที่นิ่ม) ทั้งสองข้างให้แน่นพอประมาณ เพื่อเป็นการกดหยุดเลือดโดยตรง (Direct Pressure)
- หายใจทางปาก: ในระหว่างที่กดจมูก ให้เด็กหายใจทางปากแทน พยายามปลอบให้เด็กไม่ตื่นตระหนก เพราะความดันโลหิตที่สูงจากการร้องไห้จะทำให้เลือดหยุดยากขึ้น
- กดค้างไว้อย่างน้อย 5-10 นาที: โดยห้ามปล่อยมือมาดูว่าเลือดหยุดหรือยังก่อนครบเวลา เพราะจะทำให้ลิ่มเลือดที่กำลังก่อตัวหลุดออกไป
- ประคบเย็น: สามารถใช้ผ้าเย็นหรือถุงน้ำแข็งวางบริเวณสันจมูกหรือหน้าผาก ความเย็นจะช่วยให้หลอดเลือดหดตัวและเลือดหยุดไหลได้เร็วขึ้น

การดูแลหลังจากเลือดหยุดไหล
หลังจากเลือดหยุดแล้ว ควรดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เลือดไหลซ้ำ
- ห้ามให้เด็กแคะ หรือสั่งน้ำมูกแรงๆ อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยง การก้มตัวลงต่ำ หรือการทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงมากเกินไป
- หากในห้องมีอากาศแห้งมาก อาจใช้เครื่องพ่นไอน้ำเพิ่มความชื้น หรือใช้เจลทาความชุ่มชื้นในโพรงจมูกตามคำแนะนำของแพทย์
สัญญาณเตือนที่ควรพาลูกมาพบแพทย์ทันที
แม้เลือดกำเดาไหลส่วนใหญ่จะไม่ใช่เรื่องร้ายแรง แต่ควรนำเด็กส่งโรงพยาบาลหากพบอาการดังต่อไปนี้
- ทำการปฐมพยาบาลกดจมูกอย่างถูกต้องต่อเนื่องกัน 20 นาทีแล้วเลือดไม่หยุดไหล
- เลือดไหลออกมาในปริมาณมากผิดปกติ หรือไหลออกทางปากร่วมด้วย
- เด็กมีอาการซีด เซียว หน้ามืด หรือเป็นลม
- เลือดกำเดาไหลหลังจากได้รับอุบัติเหตุรุนแรงที่บริเวณศีรษะหรือใบหน้า
- มีประวัติเลือดกำเดาไหลบ่อยมากจนผิดปกติ ซึ่งอาจสัมพันธ์กับภาวะเลือดแข็งตัวยากหรือโรคประจำตัวอื่นๆ
อากาศร้อนอาจเป็นปัจจัยที่เลี่ยงไม่ได้ แต่การรู้วิธีรับมือที่ถูกต้องจะช่วยลดความตื่นตระหนกและเพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกน้อยได้เป็นอย่างดี หากพบว่าลูกมีอาการผิดปกติสะสม ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดต่อไป
โรงพยาบาลศรีสุโข พิจิตร
ที่อยู่: 22/29 ถนนสระหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร 66000
เบอร์โทรศัพท์: 056 612 377
สายด่วน: 063 339 3654
LINE Official: @Srisukho
เว็บไซต์: https//srisukho.co.th/



