หลายคนอาจคุ้นเคยกับชื่อ PCOS (Polycystic Ovary Syndrome) ในฐานะกลุ่มอาการถุงน้ำจำนวนมากในรังไข่ที่ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติหรือมีบุตรยาก แต่เบื้องหลังความผิดปกตินี้ กลับมี “ตัวละครลับ” สำคัญที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนอาการต่างๆ นั่นคือ ภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Insulin Resistance) ซึ่งส่งผลกระทบต่อร่างกายในมิติที่ลึกกว่าเพียงแค่เรื่องของมดลูกหรือรังไข่
ความหมายของภาวะดื้อต่ออินซูลินในมุมมองของ PCOS
โดยปกติร่างกายจะผลิตฮอร์โมนอินซูลินจากตับอ่อนเพื่อทำหน้าที่เหมือนกุญแจไขเซลล์ให้นำน้ำตาลในเลือดไปใช้เป็นพลังงาน แต่ในผู้หญิงที่มีภาวะ PCOS เซลล์ในร่างกายมักมีการตอบสนองต่ออินซูลินลดลง หรือที่เรียกว่าภาวะดื้อต่ออินซูลิน ส่งผลให้ตับอ่อนต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อผลิตอินซูลินออกมาในปริมาณที่สูงกว่าปกติเพื่อควบคุมระดับน้ำตาล
เมื่อระดับอินซูลินในกระแสเลือดสูงค้างอยู่เป็นเวลานาน (Hyperinsulinemia) จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำงานของรังไข่ใน 2 รูปแบบหลักนั้นก็คือ
- กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศชาย: อินซูลินที่สูงเกินไปจะเข้าไปกระตุ้นรังไข่ให้ผลิตฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) หรือฮอร์โมนเพศชายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการหน้ามัน สิวขึ้นง่าย หรือขนดกตามร่างกาย
- ขัดขวางการตกไข่: ระดับอินซูลินและฮอร์โมนเพศชายที่สูงจะรบกวนกระบวนการเจริญเติบโตของถุงไข่ ทำให้ไข่ไม่โตเต็มที่และไม่ตกลงมาตามรอบธรรมชาติ กลายเป็นถุงน้ำเล็กๆ จำนวนมากค้างอยู่ในรังไข่

สัญญาณเตือนเมื่อ PCOS มาพร้อมภาวะดื้อต่ออินซูลิน
ภาวะดื้อต่ออินซูลินไม่ได้แสดงตัวผ่านความเจ็บปวดที่ชัดเจน แต่สามารถสังเกตได้จากความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เช่น
- รอยปื้นดำบริเวณลำคอหรือข้อพับ (Acanthosis Nigricans): ผิวหนังมีลักษณะคล้ำ หนา และขรุขระเหมือนกำมะหยี่ ซึ่งเกิดจากอินซูลินกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังมากผิดปกติ
- ความอยากของหวานบ่อยครั้ง: เนื่องจากการนำน้ำตาลเข้าเซลล์ทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ร่างกายจึงส่งสัญญาณหิวอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลอยู่เสมอ
- น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นง่ายโดยเฉพาะรอบเอว: การมีอินซูลินในเลือดสูงส่งผลให้ร่างกายสะสมไขมันได้ง่ายและเผาผลาญไขมันสะสมออกมาใช้ได้ยากขึ้น
- เหนื่อยง่ายหลังรับประทานอาหาร: ระดับน้ำตาลในเลือดที่แกว่งตัวสูงและต่ำอย่างรวดเร็วส่งผลต่อระดับพลังงานในชีวิตประจำวัน
ผลกระทบระยะยาวหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแล
ภาวะดื้อต่ออินซูลินในผู้ป่วย PCOS ไม่ใช่เรื่องของความสวยงามหรือประจำเดือนเท่านั้น แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต
- ความเสี่ยงต่อเบาหวานชนิดที่ 2: หากตับอ่อนไม่สามารถผลิตอินซูลินเพื่อเอาชนะภาวะดื้อได้อีกต่อไป ระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงจนเข้าเกณฑ์โรคเบาหวาน
- กลุ่มอาการเมตาบอลิซึม: ได้แก่ ความดันโลหิตสูง ระดับไขมันในเลือดผิดปกติ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ
- สุขภาพจิตและอารมณ์: ความผันผวนของฮอร์โมนและภาวะดื้อต่ออินซูลินมีความสัมพันธ์กับความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า
แนวทางการดูแลเพื่อคืนสมดุลให้กับร่างกาย
แม้ภาวะดื้อต่ออินซูลินจะเป็นกลไกที่ซับซ้อน แต่สามารถจัดการให้ดีขึ้นได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างมีวินัย
1. การเลือกรับประทานอาหาร
เน้นรับประทานอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI) เพื่อไม่ให้ระดับอินซูลินพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว เช่น ข้าวไม่ขัดสี ธัญพืช และเพิ่มการรับประทานใยอาหารจากผัก รวมถึงโปรตีนคุณภาพดีเพื่อช่วยให้อิ่มนานขึ้น
2. การออกกำลังกายที่เหมาะสม
การออกกำลังกายทั้งแบบคาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่ง ช่วยให้เซลล์กล้ามเนื้อมีความไวต่ออินซูลินมากขึ้น (Insulin Sensitivity) ทำให้ร่างกายสามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาอินซูลินในปริมาณมากกว่าปกติ

3. การปรึกษาแพทย์
ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาเพื่อช่วยลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน หรือแนะนำสารอาหารที่มีส่วนช่วยในการปรับสมดุลระบบเผาผลาญ ทั้งนี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ตรงจุด
ภาวะดื้อต่ออินซูลินคือหัวใจสำคัญที่เชื่อมโยงอาการต่างๆ ของ PCOS เข้าด้วยกัน การทำความเข้าใจและจัดการภาวะดื้อต่ออินซูลินตั้งแต่วันนี้ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยลดความรุนแรงของโรค และช่วยให้ผู้หญิงที่มีภาวะ PCOS กลับมามีสุขภาพที่ดีและใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง
โรงพยาบาลศรีสุโข พิจิตร
ที่อยู่: 22/29 ถนนสระหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร 66000
เบอร์โทรศัพท์: 056 612 377
สายด่วน: 063 339 3654
LINE Official: @Srisukho
เว็บไซต์: https//srisukho.co.th/



