ผู้สูงอายุเบื่ออาหาร กินได้น้อย เกิดจากอะไร? ดูแลอย่างไร และเมื่อไหร่ควรพาไปพบแพทย์

ลูกหลานหลายบ้านมักสังเกตว่าคุณพ่อคุณแม่หรือคุณตาคุณยายที่เคยกินข้าวได้เยอะ จู่ๆ ก็เริ่มกินน้อยลง บางมื้อแตะอาหารแค่ไม่กี่คำแล้วบอกว่าอิ่ม หรือไม่ค่อยอยากกินอาหารที่เคยชอบ ลูกหลานอาจสงสัยว่าเป็นเรื่องธรรมดาของวัยหรือมีปัญหาสุขภาพอื่นร่วมด้วย อาการกินน้อยลงเกิดได้จากหลายสาเหตุ และหากเป็นต่อเนื่องจนได้รับอาหารไม่เพียงพอ อาจทำให้น้ำหนักลด อ่อนแรง และเสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหาร จึงควรสังเกตทั้งปริมาณอาหารที่กินและอาการอื่นที่เปลี่ยนไป

ผู้สูงอายุเบื่ออาหาร เกิดจากอะไร?

อาการเบื่ออาหารในผู้สูงอายุอาจเกิดจากหลายปัจจัย ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัย ปัญหาในช่องปากและการกลืน ผลจากยาบางชนิด ไปจนถึงโรคเรื้อรัง การติดเชื้อ ภาวะซึมเศร้า หรือความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร สามารถแบ่งกลุ่มสาเหตุได้ ดังนี้

ความเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาตามวัย

  • การรับรสและดมกลิ่นลดลง เมื่ออายุมากขึ้น จำนวนต่อมรับรสบนลิ้นและเส้นประสาทรับกลิ่นจะเสื่อมประสิทธิภาพลง ทำให้อาหารไม่อร่อยเหมือนเดิม นอกจากนี้ยาบางชนิดและปัญหาในช่องปากก็อาจทำให้รสชาติอาหารเปลี่ยนไปได้
  • ระบบย่อยอาหารทำงานช้าลง กระเพาะอาหารและลำไส้ของผู้สูงอายุจะบีบตัวช้าลง ทำให้อาหารตกค้างอยู่ในกระเพาะนานขึ้น ผู้สูงอายุบางคนอาจมีอาการท้องอืด ท้องผูกร่วมด้วย  ทำให้กินอาหารได้น้อยลง หากเพิ่งมีอาการหรือเป็นต่อเนื่อง ไม่ควรสรุปว่าเกิดจากอายุเพียงอย่างเดียว
  • ปัญหาช่องปากและฟัน การสูญเสียฟัน ฟันผุ เหงือกอักเสบ ปัญหาแผลในปาก หรือการใส่ฟันเทียมที่ไม่พอดี ทำให้การเคี้ยวอาหารกลายเป็นเรื่องยากลำบาก

ผลกระทบจากโรคประจำตัวและการใช้ยา

  • โรคเรื้อรัง ภาวะเจ็บป่วยมักส่งผลให้ร่างกายสร้างสารอักเสบที่ไปกดศูนย์ควบคุมความหิวในสมอง อาจทำให้เบื่ออาหาร คลื่นไส้ หรือเหนื่อยจนกินอาหารได้น้อยลง สาเหตุแตกต่างกันตามโรคและการรักษาที่ได้รับ
  • ผลข้างเคียงจากยา ผู้สูงอายุมักต้องรับประทานยาหลายชนิด ยาบางกลุ่ม เช่น ยาแก้ปวด ยาลดความดันโลหิต ยาขับปัสสาวะ หรือยาต้านซึมเศร้า อาจมีผลข้างเคียงทำให้คลื่นไส้ ปากแห้ง น้ำลายเหนียว หรือทำให้การรับรสเปลี่ยนไป

ปัญหาทางจิตใจและระบบประสาท

  • ภาวะซึมเศร้าและความเหงา การสูญเสียคู่ชีวิต การอยู่บ้านเพียงลำพัง หรือความรู้สึกว่าตนเองเป็นภาระ อาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า ซึ่งอาการแสดงที่พบคือความอยากอาหารเปลี่ยนไป ไม่สนใจสิ่งที่เคยชอบ หรือหลีกเลี่ยงการพบปะผู้อื่น แต่การเบื่ออาหารเพียงอย่างเดียวยังบอกไม่ได้ว่าเป็นซึมเศร้า
  • ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) ผู้ป่วยอัลไซเมอร์หรือสมองเสื่อมในระยะกลางถึงระยะท้าย อาจลืมวิธีการเคี้ยว กลืน หรือแม้กระทั่งลืมไปว่าตนเองยังไม่ได้ทานอาหาร

อาการร่วมที่ต้องสังเกต และสัญญาณเตือนอันตราย

เมื่อผู้สูงอายุไม่ยอมกินข้าว สิ่งที่ผู้ดูแลต้องหมั่นสังเกตคืออาการร่วมต่างๆ ที่บ่งบอกว่าร่างกายกำลังขาดสารอาหารและน้ำอย่างรุนแรง หากพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและทันท่วงที

  • น้ำหนักลดอย่างไม่มีสาเหตุ หากน้ำหนักตัวลดลงมากกว่า 5% ของน้ำหนักเดิมภายใน 1 เดือน หรือลดลง 10% ภายใน 6 เดือน ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องได้รับการประเมินจากแพทย์
  • ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) สังเกตได้จากริมฝีปากแห้งแตก ผิวหนังเหี่ยวย่นและขาดความยืดหยุ่น ปัสสาวะมีสีเข้มจัด หรือมีปริมาณปัสสาวะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงและเหนื่อยล้า ผู้สูงอายุจะดูอ่อนเพลีย ไม่มีแรงลุกเดิน ทรงตัวได้ไม่ดี เสี่ยงต่อการหกล้มได้ง่าย
  • มีอาการสับสนและซึมลง การขาดสารอาหารและน้ำอาจส่งผลต่อความสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย ทำให้ผู้สูงอายุมีอาการสับสนทางสมอง พูดจาไม่รู้เรื่อง หรือซึมลงผิดปกติ

วิธีดูแลเรื่องอาหารสำหรับผู้สูงอายุที่กินได้น้อยลง

การดูแลไม่ควรเน้นบังคับให้รับประทานมื้อใหญ่ เพราะผู้สูงอายุที่เบื่ออาหารอาจรู้สึกอิ่มเร็วหรือรับประทานอาหารจำนวนมากในครั้งเดียวไม่ไหว การแบ่งเป็นมื้อเล็กๆ หลายมื้อจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ใช้ได้ โดยอาหารควรมีทั้งพลังงานและโปรตีนเพียงพอต่อความต้องการ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารให้เหมาะสมกับข้อจำกัดของร่างกายของผู้สูงอายุ ดังนี้

1. ปรับลักษณะอาหารให้อ่อนนุ่ม เคี้ยวง่าย

เลือกวัตถุดิบที่ย่อยง่าย เช่น ปลา ไข่ เต้าหู้ หมูสับละเอียด หรือผักที่ต้มจนเปื่อย เพื่อลดภาระในการเคี้ยวและกลืน อาจปรุงรสให้เข้มข้นขึ้นเล็กน้อยเพื่อชดเชยการรับรสที่ลดลงตามวัย สำหรับผู้ที่มีปัญหากลืน ควรให้แพทย์หรือบุคลากรที่เกี่ยวข้องประเมินความปลอดภัยในการกินก่อนปรับมื้ออาหารเอง

2. แบ่งอาหารเป็นมื้อย่อยให้ถี่ขึ้น แต่ปริมาณน้อยลง

มื้ออาหารสำหรับผู้สูงอายุอาจเริ่มด้วยปริมาณเล็กๆ แล้วเพิ่มเมื่อต้องการ แทนที่จะให้ทานอาหารมื้อใหญ่ 3 มื้อ ลองปรับเป็นมื้อเล็กๆ แต่บ่อยขึ้น (5-6 มื้อต่อวัน) เพื่อไม่ให้ผู้สูงอายุรู้สึกอึดอัดกับปริมาณอาหารที่มากเกินไปในจานเดียว

3. เน้นอาหารที่ให้โปรตีนและพลังงาน

เลือกอาหารที่ให้พลังงานและโปรตีนสูง เช่น ไข่ ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากนม หรืออาหารเสริมทางการแพทย์ตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักโภชนาการ ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคไตหรือเบาหวาน อาจมีข้อจำกัดด้านอาหารที่แตกต่างกัน จึงควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนเพิ่มอาหารบางประเภท

4. จัดจานและเตรียมความพร้อมก่อนมื้ออาหาร

กระตุ้นความอยากอาหารของผู้สูงอายุด้วยการจัดวางอาหารอย่างสวยงาม ใช้สีสันของผักและผลไม้ตกแต่งจานให้ดูน่าทาน วางอาหารในภาชนะที่มองเห็นชัดเพื่อช่วยให้รับประทานได้ง่าย ก่อนเริ่มมื้ออาหารควรให้ผู้สูงอายุบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดก่อน เพื่อล้างคราบน้ำลายเหนียว ช่วยให้ต่อมรับรสทำงานได้ดีขึ้น

5. ทานอาหารร่วมกับครอบครัว

การทานอาหารร่วมกันจะช่วยสร้างบรรยากาศการกินที่ผ่อนคลาย ช่วยให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมกับมื้ออาหาร รู้สึกผ่อนคลายและเจริญอาหารมากขึ้น

เมื่อไรควรพาผู้สูงอายุไปพบแพทย์

หากกินได้น้อยลงต่อเนื่อง น้ำหนักลด หรืออาการเริ่มกระทบการใช้ชีวิต ควรนัดพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ครบ 1–2 สัปดาห์ 

อาการที่ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ โดยเฉพาะในกรณีต่อไปนี้

  • น้ำหนักลดลงจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด
  • ปฏิเสธการทานอาหารและดื่มน้ำนานติดต่อกันเกิน 1-2 วัน
  • มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีไข้ ปวดท้อง อาเจียน หรือกลืนลำบาก
  • อ่อนเพลียจนไม่สามารถลุกจากเตียงได้ หรือมีภาวะสับสนเฉียบพลัน
  • มีอาการกลืนลำบาก ไอ หรือสำลักทุกครั้งที่พยายามทานอาหารหรือดื่มน้ำ

หากดื่มน้ำไม่ได้ อาเจียนบ่อย จนดื่มน้ำเข้าไปแล้วอาเจียนออกมาอีก ปัสสาวะน้อยลงมาก หรืออ่อนเพลียผิดปกติ ควรรับการตรวจโดยเร็ว ส่วนอาการสับสนเฉียบพลัน ซึมมาก ปลุกยาก หรือหายใจลำบาก ควรไปห้องฉุกเฉินทันที

อาการเบื่ออาหารในผู้สูงอายุอาจเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงตามวัย หรืออาจเป็นสัญญาณของโรคที่ซ่อนอยู่ซึ่งต้องได้รับการตรวจวินิจฉัย การประเมินอย่างรอบด้านและการวางแผนโภชนาการที่ถูกต้องโดยทีมแพทย์ พยาบาล และนักโภชนาการ คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพร่างกายและจิตใจของผู้สูงอายุให้เหมาะสมตามวัย

สำหรับครอบครัวที่กำลังมองหาสถานพยาบาลเพื่อตรวจประเมินปัญหาสุขภาพ หรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงวัย สามารถเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลศรีสุโข โรงพยาบาลดูแลผู้สูงอายุในพิจิตร ให้บริการโดยทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่พร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินสุขภาพและวางแนวทางดูแลที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุแต่ละคน

*อาการและผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
*การตรวจรักษาหรือทำหัตถการมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการทุกครั้ง
*บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น หากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ LINE Official: @Srisukho

โรงพยาบาลศรีสุโข พิจิตร

ที่อยู่: 22/29 ถนนสระหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร 6600
เบอร์โทรศัพท์: 056 612 377
สายด่วน: 063 339 3654
LINE Official: @Srisukho
เว็บไซต์: srisukho.co.th

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


Scroll to Top