ต่อมลูกหมากโต สัญญาณเตือนที่ผู้ชายวัยกลางคนไม่ควรมองข้าม

ผู้ชายหลายคนสังเกตว่าตัวเองเริ่มลุกขึ้นปัสสาวะกลางดึกบ่อยขึ้น ปัสสาวะสายไม่แรงเหมือนเดิม หรือรู้สึกว่าถ่ายออกไม่หมด แต่มักมองว่าเป็นเรื่องของอายุที่มากขึ้นและไม่ได้ใส่ใจ

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของต่อมลูกหมากโต ซึ่งเป็นภาวะที่พบบ่อยมากในผู้ชายวัยกลางคนและผู้สูงอายุ และหากปล่อยไว้โดยไม่ดูแลอาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพระยะยาวได้

สารบัญ
  1. ต่อมลูกหมากคืออะไร และทำไมถึงโต
  2. พบบ่อยแค่ไหนในผู้ชายไทย
  3. อาการที่บ่งชี้ว่าต่อมลูกหมากอาจโตแล้ว
  4. ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ต่อมลูกหมากโตเร็วกว่าปกติ
  5. ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหากไม่ดูแล
  6. การตรวจวินิจฉัยต่อมลูกหมากโต
  7. แนวทางการรักษาต่อมลูกหมากโต
  8. วิธีดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงและชะลอการดำเนินของโรค

ต่อมลูกหมากคืออะไร และทำไมถึงโต

ต่อมลูกหมาก (Prostate Gland) เป็นอวัยวะขนาดเท่าลูกวอลนัทที่อยู่ใต้กระเพาะปัสสาวะของผู้ชาย ล้อมรอบท่อปัสสาวะส่วนบน ทำหน้าที่ผลิตของเหลวที่เป็นส่วนประกอบของน้ำอสุจิ

ต่อมลูกหมากเติบโตในสองช่วงหลักของชีวิต คือช่วงวัยแรกรุ่นและช่วงอายุ 25 ปีขึ้นไป การเติบโตในช่วงหลังนี้เองที่ทำให้ต่อมลูกหมากค่อยๆ โตขึ้นตามอายุ และเมื่อโตมากพอก็เริ่มกดทับท่อปัสสาวะจนเกิดอาการ

ภาวะนี้มีชื่อทางการแพทย์ว่า Benign Prostatic Hyperplasia (BPH) หรือต่อมลูกหมากโตชนิดไม่ใช่มะเร็ง เป็นภาวะที่แตกต่างจากมะเร็งต่อมลูกหมากโดยสิ้นเชิง แม้ทั้งสองภาวะอาจมีอาการคล้ายกันบางส่วน

พบบ่อยแค่ไหนในผู้ชายไทย

ต่อมลูกหมากโตเป็นหนึ่งในภาวะที่พบบ่อยในผู้ชายวัยกลางคนทั่วโลก รวมถึงในไทย จากข้อมูลทางการแพทย์พบว่า

  • ผู้ชายอายุ 40–49 ปี ประมาณ 20–30% มีการเปลี่ยนแปลงของต่อมลูกหมากในระดับที่ตรวจพบได้
  • ผู้ชายอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่า 50% มีอาการของต่อมลูกหมากโตในระดับที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิต
  • ผู้ชายอายุ 80 ปีขึ้นไป สัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 90%

ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าต่อมลูกหมากโตไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องปล่อยผ่านโดยไม่ดูแล

อาการที่บ่งชี้ว่าต่อมลูกหมากอาจโตแล้ว

อาการของต่อมลูกหมากโตแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก

กลุ่มที่ 1 อาการที่เกี่ยวกับการกักเก็บปัสสาวะ

  • ปัสสาวะสายไม่แรง ไหลช้าหรือไหลเป็นหยด
  • ต้องรอนานกว่าปัสสาวะจะออก แม้ปวดปัสสาวะมาแล้ว
  • ปัสสาวะไม่สุด รู้สึกว่ายังมีปัสสาวะค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ
  • ปัสสาวะหยุดแล้วมีหยดตามมาอีก (Dribbling)
  • ปัสสาวะออกไม่ได้เลยในกรณีที่รุนแรง ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์

กลุ่มที่ 2 อาการที่เกี่ยวกับการระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะ

  • ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน
  • ลุกขึ้นปัสสาวะกลางดึกมากกว่า 2 ครั้งต่อคืน (Nocturia)
  • รู้สึกปวดปัสสาวะเร่งด่วนทันทีและกลั้นได้ยาก (Urgency)
  • บางครั้งอาจมีปัสสาวะเล็ดก่อนถึงห้องน้ำทัน

อาการเหล่านี้มีความรุนแรงแตกต่างกันในแต่ละคน บางคนมีอาการเล็กน้อยที่ค่อยๆ แย่ลงในหลายปี บางคนมีอาการชัดเจนตั้งแต่เนิ่นๆ

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ต่อมลูกหมากโตเร็วกว่าปกติ

1. อายุ

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญหลักคืออายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศชาย โดยเฉพาะฮอร์โมน Dihydrotestosterone (DHT) ที่มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการเจริญเติบโตของต่อมลูกหมาก

2. พันธุกรรม

ผู้ที่มีพ่อหรือพี่น้องชายเป็นต่อมลูกหมากโต มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปที่จะมีอาการในวัยที่ใกล้เคียงกัน

3. น้ำหนักเกินและภาวะอ้วน

ไขมันส่วนเกินส่งผลต่อสมดุลฮอร์โมน โดยเฉพาะการเพิ่มระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้ชาย ซึ่งอาจกระตุ้นการเจริญเติบโตของต่อมลูกหมากได้

4. โรคเบาหวานและกลุ่มอาการเมตาบอลิก

ภาวะดื้อต่ออินซูลินและระดับน้ำตาลในเลือดสูงสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อต่อมลูกหมากโตที่สูงขึ้น

5. การขาดการออกกำลังกาย

ผู้ชายที่ไม่ออกกำลังกายสม่ำเสมอมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ เนื่องจากการออกกำลังกายช่วยควบคุมสมดุลฮอร์โมนและลดการอักเสบในร่างกาย

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหากไม่ดูแล

ต่อมลูกหมากโตที่ปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รับการดูแลอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อสุขภาพระยะยาว

กระเพาะปัสสาวะทำงานผิดปกติ

การที่กระเพาะปัสสาวะต้องออกแรงบีบมากขึ้นเพื่อดันปัสสาวะผ่านท่อที่ถูกกดทับ ทำให้กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะหนาตัวและแข็งแรงขึ้นในระยะแรก แต่ในระยะยาวกล้ามเนื้อจะอ่อนแรงลงและกระเพาะปัสสาวะสูญเสียความสามารถในการบีบตัวได้เต็มที่

ปัสสาวะคั่งในไต (Hydronephrosis)

เมื่อปัสสาวะไหลออกได้น้อยและคั่งค้างในกระเพาะปัสสาวะเป็นเวลานาน แรงดันย้อนกลับอาจทำให้ปัสสาวะไหลย้อนสู่ท่อไตและไต ส่งผลต่อการทำงานของไตในระยะยาว

การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำ

ปัสสาวะที่ค้างในกระเพาะปัสสาวะเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำบ่อยกว่าปกติ

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

ปัสสาวะที่ค้างสะสมอาจตกผลึกและกลายเป็นนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปวดขณะปัสสาวะหรือมีเลือดปนในปัสสาวะ

ภาวะปัสสาวะไม่ออกเฉียบพลัน

เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องไปห้องฉุกเฉินทันที อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า และมักถูกกระตุ้นโดยการดื่มแอลกอฮอล์ ยาบางชนิด หรือการกลั้นปัสสาวะนานเกินไป

การตรวจวินิจฉัยต่อมลูกหมากโต

การซักประวัติและแบบประเมินอาการ

แพทย์มักใช้แบบประเมิน International Prostate Symptom Score (IPSS) ซึ่งเป็นแบบสอบถาม 7 ข้อเกี่ยวกับอาการทางเดินปัสสาวะ ช่วยประเมินความรุนแรงของอาการและผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้อย่างเป็นระบบ

การตรวจทางทวารหนัก (Digital Rectal Examination — DRE)

แพทย์ใช้นิ้วตรวจขนาดและลักษณะของต่อมลูกหมากผ่านทางทวารหนัก ช่วยประเมินขนาด ความนุ่มแข็ง และความสม่ำเสมอของพื้นผิว ซึ่งช่วยแยกแยะระหว่างต่อมลูกหมากโตธรรมดาและลักษณะที่น่าสงสัยว่าอาจเป็นมะเร็งได้เบื้องต้น

อัลตราซาวนด์ต่อมลูกหมาก

อัลตราซาวนด์ต่อมลูกหมากสามารถทำได้ 2 แบบ คือทางหน้าท้องและทางทวารหนัก (Transrectal Ultrasound — TRUS) โดยแบบทางทวารหนักให้ภาพที่ละเอียดกว่ามาก สามารถช่วยประเมินและวัดขนาดต่อมลูกหมากได้อย่างชัดเจน ตรวจดูลักษณะเนื้อเยื่อ และประเมินปริมาณปัสสาวะที่ค้างหลังถ่ายออกไปแล้ว (Post-void Residual Urine)

การตรวจเลือดหา PSA (Prostate-Specific Antigen)

PSA เป็นโปรตีนที่ผลิตโดยต่อมลูกหมาก ระดับ PSA ที่สูงขึ้นพบได้ทั้งในต่อมลูกหมากโตธรรมดาและมะเร็งต่อมลูกหมาก การตรวจ PSA ไม่ได้วินิจฉัยมะเร็งได้โดยตรง แต่ช่วยในการประเมินความเสี่ยงและติดตามการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับผลตรวจครั้งก่อน

การตรวจปัสสาวะ

ตรวจหาการติดเชื้อ เลือดในปัสสาวะ หรือความผิดปกติอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้อง

แนวทางการรักษาต่อมลูกหมากโต

1. การปรับพฤติกรรม

สำหรับอาการระดับเบา แพทย์อาจแนะนำให้ปรับพฤติกรรมก่อน เช่น

  • ลดการดื่มน้ำในช่วงก่อนนอน 2–3 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะในตอนเย็น
  • ฝึกปัสสาวะสองครั้ง (Double Voiding) คือหลังปัสสาวะแล้วรอสักครู่แล้วลองปัสสาวะอีกครั้ง
  • ฝึกควบคุมกระเพาะปัสสาวะเพื่อยืดระยะเวลาระหว่างการปัสสาวะ

2. การรักษาด้วยยา

แพทย์มีทางเลือกยาหลักสองกลุ่ม

  • ยากลุ่ม Alpha-blockers เช่น Tamsulosin และ Alfuzosin ช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณต่อมลูกหมากและคอกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะไหลได้สะดวกขึ้น ช่วยบรรเทาอาการผิดปกติให้ทุเลาลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ยากลุ่ม 5-Alpha Reductase Inhibitors เช่น Finasteride และ Dutasteride ช่วยลดขนาดต่อมลูกหมากโดยลดการผลิต DHT ใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล แต่มีส่วนช่วยให้ขนาดของต่อมลูกหมากลดลงได้ในระยะยาวตามการประเมินของแพทย์

ในบางกรณีแพทย์อาจใช้ยาทั้งสองกลุ่มร่วมกัน

3. การรักษาด้วยหัตถการและการผ่าตัด

สำหรับกรณีที่อาการรุนแรงหรือไม่ตอบสนองต่อยา มีหลายทางเลือก เช่น

  • การผ่าตัดส่องกล้องผ่านท่อปัสสาวะ (TURP) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้มายาวนาน
  • การรักษาด้วยคลื่นความร้อนหรือพลังงานชนิดต่างๆ
  • การผ่าตัดเปิดในกรณีต่อมลูกหมากขนาดใหญ่มาก

แพทย์จะเลือกวิธีที่เหมาะสมตามขนาดต่อมลูกหมาก ความรุนแรงของอาการ และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย

วิธีดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงและชะลอการดำเนินของโรค

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการเดินเร็วหรือว่ายน้ำอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
  • รับประทานผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะมะเขือเทศที่มีไลโคปีนซึ่งอาจมีบทบาทในการดูแลสุขภาพต่อมลูกหมาก
  • ลดอาหารไขมันสูงและเนื้อแดง
  • ลดหรืองดแอลกอฮอล์และคาเฟอีน
  • หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะนาน
  • ระวังยาบางชนิดที่อาจทำให้อาการแย่ลง เช่น ยาแก้หวัดที่มี Pseudoephedrine หรือยาแก้แพ้บางชนิด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาเหล่านี้

ต่อมลูกหมากโตเป็นภาวะที่พบบ่อยมากในผู้ชายวัยกลางคนและผู้สูงอายุ อาการที่ดูเหมือนเล็กน้อย เช่น ปัสสาวะบ่อยกลางดึก สายปัสสาวะอ่อนลง หรือรู้สึกว่าถ่ายไม่สุด อาจเป็นสัญญาณแรกที่ไม่ควรมองข้าม

การพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยให้ได้รับการตรวจวินิจฉัยและประเมินอาการได้อย่างเหมาะสมตรงตามอาการ แยกแยะออกจากภาวะอื่นที่อาจมีอาการคล้ายกัน และเลือกแนวทางดูแลที่เหมาะสมก่อนที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน การปรับพฤติกรรมและตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยส่งเสริมและดูแลคุณภาพชีวิตของผู้ชายในทุกช่วงอายุ

*การตรวจรักษาหรือทำหัตถการมีความเสี่ยงของการไม่ได้ผลลัพธ์ หรืออาจเกิดอันตรายและเกิดผลข้างเคียงได้ ควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ก่อนรับบริการ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ LINE Official: @Srisukho

โรงพยาบาลศรีสุโข พิจิตร

  • ที่อยู่: 22/29 ถนนสระหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร 6600
  • เบอร์โทรศัพท์: 056 612 377
  • สายด่วน: 063 339 3654
  • LINE Official: @Srisukho
  • เว็บไซต์: srisukho.co.th

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


Scroll to Top