ผ่าคลอดรอบ 2 ปลอดภัยไหม? ความเสี่ยงที่แม่ท้องควรรู้ก่อนตัดสินใจ

แม่ท้องที่เคยผ่าคลอดในครรภ์แรกและกำลังตั้งครรภ์ครั้งที่ 2 มักมีคำถามคล้ายกันคือ ผ่าคลอดรอบ 2 อันตรายกว่ารอบแรกไหม? มีอะไรที่ต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษหรือเปล่า?

คำตอบคือ ผ่าคลอดรอบ 2 ยังถือว่าเป็นหัตถการที่ปลอดภัยในทางการแพทย์ แต่มีความเสี่ยงบางอย่างที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการผ่าคลอดครั้งแรก การเข้าใจความเสี่ยงเหล่านี้ล่วงหน้าช่วยให้แม่ท้องและแพทย์วางแผนดูแลได้อย่างรอบคอบมากขึ้น

ผ่าคลอดรอบ 2 ต่างจากรอบแรกอย่างไร?

การผ่าคลอดรอบ 2 ส่วนใหญ่ทำในลักษณะเดียวกับรอบแรก คือผ่าตัดผ่านรอยแผลเดิมบริเวณหน้าท้องส่วนล่าง แพทย์มักพยายามผ่าตัดผ่านแนวแผลเดิมเพื่อลดรอยแผลเป็นใหม่ แต่ความแตกต่างสำคัญคือ ร่างกายมีพังผืดและเนื้อเยื่อที่ยึดติดจากการผ่าตัดครั้งก่อน ทำให้การผ่าตัดรอบ 2 มักใช้เวลานานกว่าและมีความซับซ้อนทางเทคนิคมากกว่าเล็กน้อย

ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในการผ่าคลอดรอบ 2

พังผืดในช่องท้อง (Adhesions)

หลังการผ่าตัดครั้งแรก ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อพังผืดขึ้นมาเพื่อซ่อมแซมบริเวณที่ผ่าตัด พังผืดเหล่านี้อาจทำให้อวัยวะภายใน เช่น กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ หรือมดลูก ยึดติดกับผนังหน้าท้องมากกว่าปกติ ส่งผลให้แพทย์ต้องใช้เวลาและความระมัดระวังมากขึ้นในการแยกเนื้อเยื่อระหว่างผ่าตัด

ความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของอวัยวะใกล้เคียง

เนื่องจากพังผืดทำให้อวัยวะยึดติดกันมากขึ้น ความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ระหว่างผ่าตัดจึงสูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการผ่าคลอดครั้งแรก แม้ความเสี่ยงนี้ยังถือว่าต่ำโดยรวม แต่เพิ่มขึ้นตามจำนวนครั้งของการผ่าคลอด

ระยะเวลาผ่าตัดและการเสียเลือดที่เพิ่มขึ้น

การผ่าคลอดรอบ 2 มักใช้เวลานานกว่ารอบแรกเล็กน้อย เนื่องจากต้องจัดการกับพังผืดที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจสัมพันธ์กับปริมาณเลือดที่เสียระหว่างผ่าตัดที่มากขึ้นตามไปด้วย

รกเกาะต่ำและรกเกาะแผล (Placenta Previa และ Placenta Accreta)

นี่คือความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดและเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามจำนวนครั้งของการผ่าคลอด แผลเป็นที่มดลูกจากการผ่าคลอดครั้งก่อนเป็นบริเวณที่รกมีโอกาสเกาะติดผิดปกติในครรภ์ถัดไป

  • รกเกาะต่ำ คือภาวะที่รกเกาะปิดหรือใกล้ปากมดลูก เพิ่มความเสี่ยงต่อการตกเลือดก่อนคลอด
  • รกเกาะแผล คือภาวะที่รกเกาะลึกเข้าไปในกล้ามเนื้อมดลูกบริเวณแผลเป็นเดิม ในกรณีรุนแรงรกอาจฝังลึกจนทะลุผ่านมดลูกไปยังอวัยวะข้างเคียง ภาวะนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการตกเลือดรุนแรงระหว่างคลอดอย่างมาก และในบางกรณีอาจจำเป็นต้องตัดมดลูกเพื่อควบคุมการตกเลือด

ความเสี่ยงของรกเกาะแผลเพิ่มขึ้นตามจำนวนครั้งของการผ่าคลอดอย่างชัดเจน ยิ่งผ่าคลอดมาหลายครั้ง ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้น

มดลูกแตก (Uterine Rupture)

ความเสี่ยงนี้สัมพันธ์กับรอยแผลผ่าตัดเดิมที่มดลูก หากแม่ท้องตัดสินใจคลอดธรรมชาติหลังผ่าคลอด (VBAC) ความเสี่ยงมดลูกแตกจะสูงกว่าการผ่าคลอดตามแผนเล็กน้อย แต่หากเลือกผ่าคลอดตามแผนตั้งแต่ต้น ความเสี่ยงนี้จะต่ำกว่ามาก เนื่องจากไม่มีการบีบตัวของมดลูกอย่างรุนแรงก่อนผ่าตัด

การติดเชื้อ

ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแผลผ่าตัดในรอบ 2 ใกล้เคียงกับรอบแรก แต่อาจสูงขึ้นเล็กน้อยหากมีปัจจัยร่วม เช่น เบาหวาน ภาวะอ้วน หรือระยะเวลาผ่าตัดที่นานขึ้น

ภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบหรือบล็อกหลัง

ความเสี่ยงด้านนี้ไม่ได้แตกต่างจากการผ่าคลอดครั้งแรกอย่างมีนัยสำคัญ แต่หากมีพังผืดมากจนต้องผ่าตัดนานขึ้น อาจต้องใช้ยาระงับความรู้สึกในปริมาณหรือระยะเวลานานขึ้นตามไปด้วย

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเสี่ยงในการผ่าคลอดรอบ 2

ระยะเวลาระหว่างการตั้งครรภ์

ส่วนใหญ่แนะนำให้เว้นระยะห่างระหว่างการคลอดอย่างน้อย 18–24 เดือน เพื่อให้แผลที่มดลูกฟื้นตัวเต็มที่ก่อนตั้งครรภ์ครั้งใหม่ การตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นเร็วเกินไปหลังผ่าคลอดเพิ่มความเสี่ยงต่อมดลูกแตกและภาวะแทรกซ้อนอื่น

ชนิดของแผลผ่าตัดมดลูกครั้งก่อน

แผลผ่าตัดมดลูกแนวขวางส่วนล่าง (Low Transverse Incision) ซึ่งเป็นแผลที่ใช้กันมากที่สุดในปัจจุบัน มีความเสี่ยงมดลูกแตกต่ำกว่าแผลแนวตั้งหรือแผลแบบคลาสสิก หากเคยผ่าตัดด้วยแผลแนวตั้ง ความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ครั้งต่อไปจะสูงขึ้น

จำนวนครั้งของการผ่าคลอด

ความเสี่ยงทั้งหมดที่กล่าวมาเพิ่มขึ้นตามจำนวนครั้งของการผ่าคลอด การผ่าคลอดครั้งที่ 3 มีความเสี่ยงสูงกว่าครั้งที่ 2 และการผ่าคลอดครั้งที่ 4 ขึ้นไปมีความเสี่ยงสูงกว่านั้นอีก

สุขภาพโดยรวมของแม่

ภาวะอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคประจำตัวอื่น ๆ ล้วนเพิ่มความเสี่ยงโดยรวมของการผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นการผ่าคลอดครั้งแรกหรือครั้งต่อไป

สัญญาณที่ต้องรีบไปพบแพทย์ระหว่างตั้งครรภ์ครั้งที่ 2 หลังผ่าคลอด

  • เลือดออกทางช่องคลอดไม่ว่าปริมาณมากหรือน้อย
  • ปวดท้องรุนแรงเฉียบพลัน โดยเฉพาะบริเวณแผลผ่าตัดเดิม
  • รู้สึกเจ็บแปลบหรือปวดร้าวผิดปกติที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
  • ทารกในครรภ์ขยับน้อยลงผิดปกติ
  • มีอาการของภาวะช็อก เช่น ใจสั่น หน้ามืด หรือเป็นลม

คำถามที่พบบ่อย

ผ่าคลอดรอบ 2 เจ็บกว่ารอบแรกไหม

ความเจ็บปวดหลังผ่าตัดใกล้เคียงกับรอบแรก แต่บางคนอาจรู้สึกฟื้นตัวช้ากว่าเล็กน้อย เนื่องจากต้องดูแลลูกคนโตไปด้วยพร้อมกับการพักฟื้น

ผ่าคลอดได้กี่ครั้งกันแน่

ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน แต่ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามจำนวนครั้ง แพทย์ส่วนใหญ่จะประเมินความเสี่ยงเป็นรายบุคคลในแต่ละครั้งที่ตั้งครรภ์ใหม่

ท้องที่ 2 ติดกันเร็วหลังผ่าคลอด อันตรายไหม

หากตั้งครรภ์เร็วกว่า 18 เดือนหลังผ่าคลอดครั้งก่อน ความเสี่ยงต่อมดลูกแตกและภาวะแทรกซ้อนอื่นจะสูงขึ้น ควรแจ้งแพทย์ทันทีเพื่อรับการดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ

ผ่าคลอดรอบ 2 ยังถือว่าปลอดภัยในทางการแพทย์ แต่มีความเสี่ยงบางอย่างที่เพิ่มขึ้นจากการผ่าตัดครั้งก่อน โดยเฉพาะพังผืดในช่องท้องและภาวะรกเกาะผิดปกติ การฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอ แจ้งประวัติการผ่าตัดให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด และเลือกสถานพยาบาลที่มีความพร้อม เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การผ่าคลอดรอบนี้ผ่านไปได้อย่างปลอดภัยสำหรับทั้งแม่และทารก

ติดต่อจองคิวปรึกษาแพทย์ หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ LINE Official: @Srisukho

โรงพยาบาลศรีสุโข พิจิตร

ที่อยู่: 22/29 ถนนสระหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร 6600
เบอร์โทรศัพท์: 056 612 377
สายด่วน: 063 339 3654
LINE Official: @Srisukho
เว็บไซต์: srisukho.co.th

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


Scroll to Top